“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่ท่านป้าสะใภ้เจิ้งมา ข้าก็เลยให้เจ้ามาพบปะนางสักหน่อยเท่านั้นเอง”
เมิ่งหนานพยักหน้า ก่อนจะกล่าวกับฮูหยินเจิ้งด้วยรอยยิ้ม “เดิมทีเป็นข้าที่ควรไปเยี่ยนเยียนท่านถึงที่ เสียมารยาทแล้วขอรับ!”
ฮูหยินเจิ้งพลันหัวเราะ “เจ้ายังคิดถึงข้าก็พอแล้ว พวกข้าไม่สนใจเรื่องพรรค์นั้นหรอก”
หลังจากเมิ่งหนานพูดคุยอยู่กับพวกนางครู่หนึ่งแล้ว เขาก็หาข้ออ้างขอตัวออกไปก่อน
ทว่าเท้าของเขาเพิ่งจะก้าวพ้นประตูเรือนฝูโซ่ว สวี่ซื่อก็ตามเขาออกมา
“หนานเอ๋อร์ เดี๋ยวก่อน”
เมิ่งหนานหยุดฝีเท้า ก่อนจะหันกายกลับไป เขาถามผู้เป็นมารดาว่า “ท่านแม่ ยังมีธุระอื่นอีกหรือ”
สวี่ซื่อก็ไม่อยากอ้อมค้อมเท่าไรนัก จึงเอ่ยปากพูดออกไปตามตรง “ที่ท่านป้าสะใภ้เจิ้งของเจ้ามาในวันนี้ ก็เพราะเรื่องงานมงคลของเจ้ากับเสวี่ยเอ๋อร์ เจ้ามีความเห็นอะไรหรือไม่”
“ข้าไม่เห็นด้วยขอรับ” เมิ่งหนานกล่าว
ผู้เป็นมารดาพลันชะงักงัน “เจ้าว่าอะไรนะ”
เมิ่งหนานพูดซ้ำอีกครั้งว่า “ท่านถามว่าข้ามีความเห็นอะไรหรือไม่ และข้าบอกว่าข้าไม่เห็นด้วยขอรับ”
“พะ เพราะเหตุใดกัน ก่อนหน้านี้เจ้าก็มีความสัมพันธ์อันดีกับเสวี่ยเอ๋อร์ไม่ใช่หรือ เสวี่ยเอ๋อร์เองก็อยากแต่งให้เจ้าเสมอมา เรื่องนี้เจ้าก็รู้มาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ข้าไม่เห็นเจ้าเคยบอกว่าไม่เห็นด้วยเลย!”
เรียวคิ้วคมกริบดุจใบมีดของเมิ่งหนานขมวดมุ่นเข้าหากัน เขาถอนใจกล่าวว่า “ท่านแม่ ข้าไม่เคยมีความสัมพันธ์