าก่อน เรื่องอื่นวางไว้ค่อยจัดการทีหลัง รักษาแขนให้ข้าถือว่าเร่งด่วนที่สุด หากข้ากลายเป็นคนพิการ พวกท่านจะยังมีชีวิตที่ดีอยู่ได้อีกหรือ ไม่มีเงินก็แค่หาใหม่ แต่ถ้าหากข้าไม่มีแขนแล้ว พวกท่านก็รออดตายได้เลย!”
พูดย่อมเป็นเรื่องง่าย ไม่มีเงินก็แค่หาใหม่ ทั้งชีวิตนี้ของเขาเจ้าใหญ่ เคยหาเงินได้สักเหรียญทองแดงหรือไม่
หญิงชราไม่อยากพูดมากอีกแล้ว นางหมุนกายเข้าเรือนไป ผ่านไปสักพักหนึ่งถึงได้ถือเงินสามตำลึงออกมา หนึ่งตำลึงในนั้นเป็นเงินย่อยรวมอยู่ด้วยกัน นางยัดสามตำลึงเงินใส่มือของหลิวซื่อ “เจ้าไปเชิญหมอลู่เถอะ พูดกับเขาดีๆ อย่างไรเสียก็เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน ขอให้เขาคิดเงินน้อยๆ หน่อย สกุลเราตกต่ำถึงเพียงนี้แล้ว เขาไม่มีทางมองข้ามไม่ยอมช่วยพวกแน่!”
หลิวซื่อรับเงินไป ในใจทั้งดีใจทั้งอัดอั้น ดีใจที่สามีมีหนทางรอด ทว่าก็อัดอั้นเพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป
เจ้ารองกลับเข้าเรือนไป กินน้ำแกงปลาที่เหลือจนหมด
ไป๋เจินจูนั่งอยู่ใต้บานหน้าต่าง มองท้องฟ้าที่มีเมฆดำปกคลุมด้านนอก ในแววตาเต็มไปด้วยความแค้นเคือง
จางซื่อวางถ้วยน้ำแกงปลาสีขาวละเอียดลงตรงหน้านาง ก่อนจะถามเสียงเบา “เจ้าคิดอะไรอยู่หรือ”
ไป๋เจินจูตื่นจากภวังค์ แล้วถอนใจเสียงหนึ่ง “ไม่ได้คิดอะไรเจ้าค่ะ” นางรับตะเกียบที่ผู้เป็นมารดาส่งมาให้ คีบเนื้อปลาชิ้นหนึ่งใส่ปาก รสชาติสดหวานคลายความขุ่นเคืองใจของนางไปได้ในทันที “ท่านแม่ ปลานี้สดนัก”