เป็นที่สุดในตอนนั้น เขาเฝ้าใฝ่ฝันว่าจะได้พบหน้าจิ้นอ๋องสักครั้ง แม่ทัพฟู่เองก็เคยรับปากพวกเขาไว้ ว่าหลังเคลื่อนพลกลับถึงเมืองหลวงแล้ว จิ้นอ๋องจะจัดงานเลี้ยงให้ทั้งสามเหล่าทัพ เมื่อถึงเวลานั้น แม่ทัพฟู่จะพาเขาไปเข้าเฝ้าท่านอ๋อง
“จะ เจ้าคือจิ้นอ๋องหรือ” เสียงของอาอู่สั่นเครือ ดวงตาจ้องมองไปยังหูเฟิงที่อยู่เบื้องหน้า หูเฟิงที่เขาใช้ชีวิตอยู่ด้วยในทุกวัน
หูเฟิงกล่าว “สามปีก่อนข้าถูกคนลอบทำร้ายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด หลังจากตื่นขึ้นมาก็มาอยู่ที่นี่แล้ว ในหัวสมองของข้าไม่เหลือความทรงจำในอดีตแม้สักกระผีก สามปีมานี้ข้าใช้ชีวิตในฐานะบุรุษนามว่าหูเฟิง แต่พยายามทุกวิถีทางแล้วก็ยังฟื้นความทรงจำกลับมาไม่ได้”
อาอู่นึกถึงก่อนหน้านี้ ที่ไป๋จื่อพยายามปรุงยาให้หูเฟิงอย่างเอาเป็นเอาตาย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นิสัยของอู่ก็เปลี่ยนไปมาก แม้จะไม่ชัดเจนนัก แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงจริงๆ เพียงแต่เขาก็ไม่ค่อยได้สนใจเท่าไรนัก
ที่แท้เขาก็ฟื้นความทรงจำกลับมาได้แล้ว ที่แท้เขาก็คือจิ้นอ๋องที่ตนเองอยากจะพบ แต่กลับไม่มีโอกาสมาโดยตลอด
เขาน้ำตารื้นขึ้นมาด้วยความตื้นตัน เร่งก้าวไปข้างหน้าหลายก้าว ก่อนจะคุกเข่าลงต่อหน้าหูเฟิง “ท่านอ๋อง ท่านยังมีชีวิตอยู่ ช่างดีเหลือเกิน หากแม่ทัพฟู่ในปรโลกได้รับรู้ เขาจะต้อง…” เขาสะอึกสะอื้นจนพูดออกมาไม่เป็นศัพท์ ภาพอันน่าอนาถฉากแล้วฉากเล่าในปีนั้นยังคงติดตา เขาไม่มีทางลืมลงแม้สักวัน ไม่กล้าล