่านไม่อยากให้ข้าไป ด้วยกลัวว่าข้าจะเจออันตราย ข้าก็ไม่อยากจากท่านไปเช่นกัน แต่นี่เป็นโอกาสครั้งเดียวของข้า ข้าไม่อยากพลาดมันไป” หูเฟิงกล่าว
“โอกาส? โอกาสอะไร” หูจ่างหลินไม่เข้าใจ
หูเฟิงว่า “โอกาสแก้แค้น บัดนี้คนที่เคยทำร้ายข้ายังมีชีวิตที่เป็นสุขอยู่ ข้าไม่อาจทำเหมือนกับว่าเรื่องราวเหล่านั้นไม่เคยเกิดขึ้นได้ และไม่อาจปล่อยศัตรูให้ลอยนวล”
หูจ่างหลินมองหูเฟิงด้วยความงงงัน “เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าความทรงจำของเจ้ากลับมาแล้วหรือ”
ชายหนุ่มพยักหน้า “ใช่ขอรับ ความทรงจำของข้าฟื้นกลับมาแล้ว ท่านพ่อ ข้าจำได้ทุกอย่างแล้ว ข้าเคยลองลืมอดีต ใช้ชีวิตที่สงบสุข ไม่สนใจเรื่องราวทางโลกเหล่านั้นเช่นกัน แต่ท่านพ่อ ข้าทำไม่ได้”
หูจ่างหลินถามเสียงสั่นเครือ “เช่นนั้น ในอดีตเจ้าเป็นคนที่ใด บ้านเจ้าอยู่ที่ใด เหตุใดญาติของเจ้าถึงไม่เคยมาตามหาเจ้าเลย”
หูเฟิงส่ายหน้า “ท่านพ่อ ท่านอย่าเพิ่งถามข้าเรื่องนี้เลย รอให้จังหวะมาถึงก่อน เมื่อข้ากลับมา ถึงตอนนั้นข้าจะบอกทุกอย่างให้ท่านรู้ ข้าเป็นบุตรชายของท่าน อย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”
หูจ่างหลินพยักหน้าพร้อมน้ำตา อาเฟิงไม่อยากพูดเพราะมีเรื่องลำบากใจเป็นแน่ เช่นนั้นเขาก็จะไม่ถาม
“เอาล่ะ พ่อจะรอเจ้าอยู่ที่นี่ ไม่ว่านานเพียงใด พ่อก็จะรอเจ้าอยู่ที่นี่ รอเจ้ากลับมา”
หลังมื้อเย็น ไป๋จื่อส่งสายตาให้หูเฟิง เป็นการบอกให้เขาไปคุยกันที่ลานบ้าน
หูเฟิงวางตะเกียบและชาม