มองเลยอาอู่ไปทางไป๋จื่อ บนใบหน้าเล็กเกลี้ยงเกลานั้นต้องแสงตะวันจนแดงแจ๋ ไรผมสีดำขลับชุ่มเหงื่อ บัดนี้มันแนบอยู่กับขมับของนางเป็นกลุ่มๆ เขาขมวดคิ้วพูดว่า “อากาศร้อนขนาดนี้ ใครใช้ให้เจ้ามา รีบกลับไปเถอะ”
ในมือของไป๋จื่อถือข้าวของบางอย่างด้วย หนทางบนคันนาใช่ว่าจะเดินง่าย นางจึงไม่ว่างเงยหน้าขึ้นมองหูเฟิง เอาแต่ตั้งอกตั้งใจเดิน “ข้าอยากมาก็มา อยากไปก็ไป เจ้าเกี่ยวอะไรด้วย”
อาอู่นั่งลงข้างๆ หูเฟิง รับข้าวสาลีกำหนึ่งมากลัดไว้บนหม้อขนาดเล็ก แล้วจึงปลดกระเป๋าผ้าที่สะพายไว้บนไหล่ลง ภายในนั้นใส่ชามและตะเกียบเอาไว้ด้วย
“พวกเจ้าสองคนอย่าเถียงกันเลย รีบกินข้าวเช้าเถอะ”
ครั้นเห็นอาอู่นำชามสองใบออกมา หูเฟิงก็เลิกคิ้วถามว่า “พวกเจ้ายังไม่ได้กินหรือ”
อาอู่ส่ายหน้า “ไม่ใช่ข้า แม่นางไป๋ต่างหากที่ยังไม่ได้กิน นางบอกว่าจะมากินข้าวกับเจ้า เจ้ากินข้าวคนเดียวจะได้ไม่เบื่อ”
ไปษจื่อนั่งลงอีกด้านหนึ่งของหูเฟิง หลังจากวางสิ่งของในมือลงแล้ว นางก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดเหงื่อ “ข้าไม่ได้พูดเช่นนั้น ข้าแค่ไม่ชอบกินโจ๊กร้อนๆ ตอนที่เพิ่งออกจากหม้อ อากาศร้อนขนาดนี้ รอให้มันเย็นสักหน่อยน่าจะกินได้ง่ายกว่า”
หูเฟิงเม้มมุมปากที่ยกโค้งขึ้นเล็กๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เพียงยื่นมือไปรับชามที่อาอู่ส่งมาให้ โจ๊กขาวข้นหอมๆ นั้นเป็นแบบที่เขาชอบทีเดียว
ไป๋จื่อหยิบหมั่นโถวลูกหนึ่งส่งให้เขา “นี่ให้เจ้า เพิ่งออกจากเตาเลยนะ หอมหรือ