ไม่”
หูเฟิงรับหมั่นโถวมา แต่ดวงตากลับยังคงมองกระเป๋าผ้าของนาง “หมดแล้วหรือ”
“อะไรหมดแล้ว” ไป๋จื่องุนงงแล็กน้อย
ชายหนุ่มยื่นชามไปตรงหน้านาง “ไม่คิดว่าขาดอะไรไปหรือ”
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่ขาดนะ โจ๊คู่กับหมั่นโถว ยังจะขาดอะไรได้อีก”
หูเฟิงรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง “ผักเคียงเล่า ปกติเจ้าจะผัดผักเคียงมาสองอย่างไม่ใช่หรือ จะไม่มีผักเคียงได้อย่างไร” อาหารเช้าที่ไร้ผักเคียง จะยังเรียกว่าอาหารเช้าได้อีกหรือ
เด็กสาวถลึงตามองเขา กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง “ป่านนี้แล้วเจ้ายังคิดจะกินผักเคียงอีก ไหนเลยข้าจะมีเวลาผัดผักกันล่ะ”
เขาแค่นหัวเราะ “วันที่เมิ่งหนานไป เจ้าอดตาหลับขับตานอน ง่วนอยู่กับการทำอาหารให้เขา ตอนนั้นเจ้ามีเวลาหรือไร”
“นั่นมันคนละเรื่องกัน” นางชำเลืองมองเขา คล้ายยิ้ม คล้ายไม่ยิ้ม “เป็นอะไรไป เจ้ารู้สึกไม่ชอบใจที่ข้าทำอาหารให้เมิ่งหนานกินรึ หึงหรือไร”
หูเฟิงรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าว ทว่าเพราะตากแดดอยู่ใต้ดวงอาทิตย์มาตั้งนาน เดิมทีจึงหน้าแดงอยู่แล้ว คนที่อยู่ข้างกายเขาจึงมองไม่ออกว่าสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปแล้ว
“น้ำส้มสายชู[1]คืออะไร อร่อยหรือไม่” เขาเลิกคิ้ว คีบหมั่นโถวในชามขึ้นมากัดคำหนึ่ง
ไป๋จื่อรู้สึกคิดผิดทันทีที่ถามออกไป ตอนนี้นางอยากกัดลิ้มตัวเองเสียจริงๆ
อาอู่รู้สึกว่าตนเองนั่งอยู่ข้างๆ พวกเขาแล้วไม่เหมาะสม เพราะทั้งสองคนเหมือนคู่แต่งงานใหม่ก็ไม่ปาน พวกเขาดูเหมือนลิ้นกับฟันที่กระทบก