ป็นของเขาแน่แล้ว
“พวกเจ้าเสนอราคามาได้เลย ขอเพียงเหมาะสม ข้าล้วนรับซื้อทั้งนั้น” เจ้าของร้านโม่ยิ้มกล่าว
ไป๋จื่อส่ายหน้า “คนตรงไปตรงมาอย่างพวกเราย่อมไม่พูดอ้อมค้อม พวกข้านำของนี้มาขายเป็นครั้งแรก จึงไม่รู้ว่าราคาทั่วไปคือเท่าไร”
นางมองสีหน้าของเจ้าของร้านอู๋ ชะงักไปครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าว “แม้จะนำมาขายเป็นครั้งแรก แต่จะไม่ใช่ครั้งนี้ครั้งเดียว ต่อไปอาจจะต้องนำหนังสัตว์มารบกวนท่านอีก ส่วนราคา ท่านดูตามความเหมาะสมก็ใช้ได้ ข้าไม่หวังให้ท่านให้ราคาสูงกว่าตลาด ขอเพียงอย่าต่ำกว่าราคาตลาดก็พอเจ้าค่ะ”
เจ้าของร้านอู๋มองแม่นางน้อยตรงหน้าด้วยความประหลาดใจอยู่บ้าง ท่าทางนางอายุเพียงสิบสองสิบสามปีเท่านั้น แต่วาจากลับเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว มีเหตุผลชัดแจ้ง รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร
เขามองหูเฟิงและอาอู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ โต๊ะ ทั้งสองคนดูท่าทางไม่ธรรมดา น่าจะเป็นบุตรชายจากครอบครัวที่มีฝีมือ ผูกมิตรกับพวกเขาไว้มีแต่ประโยชน์ ไม่มีโทษ
“ตกลง แม่นางช่างตรงไปตรงมาเสียจริง เช่นนั้นข้าจะเสนอราคาก็แล้วกัน ปกติแล้วเสือตาลอยเช่นนี้มีราคาตลาดอยู่ระหว่างหนึ่งถึงสามร้อยตำลึง หนังเสือของพวกเจ้าผืนนี้เรียกได้ว่าเป็นสินค้าชั้นเลิศ ข้าจะไม่พูดมากแล้ว สามร้อยตำลึงเป็นอย่างไร”
ไป๋จื่อยิ้มพลางพยักหน้า “ตกลง ขายเจ้าค่ะ!”
หนังหมาป่าผืนละยี่สิบตำลึง สามผืนก็เท่ากับหกสิบตำลึง บวกกับหนังเสือสามร้อยตำลึง ทั้งหมดสามร้อยหกสิบตำลึง นี่นั