ั้นได้อย่างไรกัน ข้าก็เพิ่งจะรู้เรื่องของไป๋จื่อเมื่อครู่นี้เอง”
สตรีสองคนส่งเสียงเอะอะ คนหนึ่งร้องไห้ คนหนึ่งโวยวาย น่าหนวกหูเสียจนกู้เฟิงคังปวดศีรษะจนแทบจะระเบิด “จะทะเลาะกันก็ออกไปข้างนอก อย่ามาทำให้ข้ารำคาญ”
กู้ผิงฮุ่ยหมุนกายจะจากไปด้วยความโมโห ทว่ากู้เฟิงคังกลับเรียกนางไว้ “กลับไปบอกสามีของท่าน ให้เขาสงบเสงี่ยมหน่อย อย่าไปหาเรื่องไป๋จื่ออีก หากเกิดเรื่องอะไรขึ้น เง็กเซียนฮ่องเต้ก็ช่วยเขาไม่ได้แล้ว”
สีหน้าของกู้ผิงฮุ่ยมีแต่ความอดสู หมดหนทางโดยสิ้นเชิง นางได้แต่กัดฟัน กลั้นน้ำตาพลางเดินจากไป
เมื่อพี่สาวของตนไปแล้ว กู้เฟิงคังถึงถลึงตามองสวี่ซื่อที่เดินไปถึงหน้าประตูแล้ว “เจ้าก็อยู่เงียบๆ หน่อยเถอะ ขืนยังกล้าสร้างเรื่องอีก ก็อย่าหาว่าข้าไม่เห็นแก่ความรักในวันวาน”
สวี่ซื่อไม่ได้พูดอะไร เพียงกวาดสายตามองเขา แล้วยกชายกระโปรงเดินไป
ไม่เห็นแก่ความรักในวันวาน? เขาเคยนึกถึงความรักในอดีตตั้งแต่เมื่อใดกัน
…
เมื่อฟ้าสาง ไป๋จื่อเรียกอาอู่และหูเฟิง “หนังนี่ตากได้ที่แล้ว วันนี้พวกเรานำไปขายในเมืองเถอะ อีกเดี๋ยวจะเข้าฤดูหนาวแล้ว เมื่อได้เงินมาก็จะได้ซื้อเสื้อผ้ากันหนาวและผ้าห่มได้”
อาอู่ตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง หนังสัตว์สองสามผืนนี้มีค่ามาก แม่นางไป๋บอกไว้แล้วว่าเงินที่ได้จากการขายพวกมัน ทุกคนจะได้ส่วนแบ่งอย่างเท่าเทียม เขาเองก็จะได้รับหนึ่งส่วนเช่นกัน ถึงตอนนั้นแล้วเขาจะได้ซื้อเสื้อผ้ากันหนาวให้ก