มีแต่หวังพึ่งเขาคนเดียว ส่วนสตรีในบ้านมีตั้งมากมาย เขาไม่เข้าใจครอบครัวนี้เลย และไม่รู้เลยจริงๆ ว่าต้องใช้ชีวิตโดยที่ไม่ได้กินข้าวครบสามมื้อเช่นนี้อีกนานเท่าไร
เขาถีบเก้าอี้อย่างแรงครั้งหนึ่ง แล้วหมุนกายเดินไป
ครั้นเห็นหญิงชรายังคิดจะตามไป หลิวซื่อก็รีบรั้งนางเอาไว้ “ท่านแม่ พอเถอะเจ้าค่ะ”
หญิงชราเองก็แปลกใจเช่นกัน “ปกติแล้วเจ้าอยากให้ข้าจัดการบ้านรองไม่ใช่หรือ วันนี้เป็นอะไรไป เปลี่ยนนิสัยแล้วรึ”
หลิวซื่อหัวเราะแห้งๆ “ท่านแม่ ท่านพูดอะไรเจ้าคะ ข้าอยากให้ท่านจัดการบ้านรองตั้งแต่เมื่อใดกัน พวกเราล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน ทุกคนปรองดองกันถึงจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทะเลาะเบาะแว้งกันเช่นนี้จะมีความสุขได้อย่างไรเจ้าคะ”
แม่สามีเองก็ไม่ใช่คนโง่ หลิวซื่อเป็นคนอย่างไร ไม่มีใครรู้ชัดเจนไปมากกว่านาง ไม่มีทางตื่นเช้าหากไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเห็นบ้านรองและบ้านสามเป็นครอบครัวเดียวกัน บัดนี้พูดว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน ย่อมต้องมีเป้าหมายอื่นแน่นอน
เจ้าใหญ่บาดเจ็บที่ขา เสี่ยวเฟิงต้องเรียนหนังสือ ต้าเป่าไม่มีความสามารถ บัดนี้งานในที่นาพึ่งให้เจ้ารองทำ หากยั่วโมโหเจ้ารองแล้ว เขาเรื่องมากไม่ยอมทำงานขึ้นมา เช่นนั้นก็เป็นเรื่องใหญ่แล้ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ความโกรธของหญิงชราก็หายไปมากกว่าครึ่ง ขณะนี้เป็นเวลาที่ต้องหวังพึ่งเจ้ารอง ไม่ควรยั่วโมโหเขาจริงๆ ไม่เพียงแต่ยั่วโมโหไม่ได้ ยังต้องง้อเขาอี