นี่” เจ้าพนักงานเสี่ยวติงกล่าวกับไป๋จื่อ
ไป๋จื่อยิ้มตอบ “ข้าไม่ได้มาหาใต้เท้าเมิ่งเจ้าค่ะ ข้ามาร้องเรียน”
เสี่ยวติงชะงักค้าง “ร้องเรียน? เกิดเรื่องอะไรขึ้น”
เด็กสาวถอนใจเสียงหนึ่ง “วันนั้นหลังจากที่ข้าและหูเฟิงส่งใต้เท้าเมิ่งไปเมืองหลวงจากตรงประตูเมือง ระหว่างทางกลับไปพบการซุ่มโจมตี มีคนกลุ่มหนึ่งแสร้งเป็นโจรป่าจู่โจมพวกข้า ข้าเคยเห็นคนหนึ่งในพวกเขา เป็นลูกน้องคนสนิทของเถ้าแก่เฉียนเจ้าค่ะ”
สีหน้าของเสี่ยวติงเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะกดเสียงพูดว่า “เถ้าแก่เฉียนที่เจ้าว่า หมายถึงเฉียนจงหยวนหรือ”
ไป๋จื่อพยักหน้า “ใช่เจ้าค่ะ มีวันหนึ่งเขาวางอำนาจรังแกคน ข้าจึงสั่งสอนเขาไปหลายประโยค คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะแค้นฝังใจ และอยากเอาชีวิตของข้ากับหูเฟิงเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ พวกข้าโชคดี ถึงได้รอดคราวเคราะห์นี้มาได้”
อีกฝ่ายดึงนางไปอีกด้านหนึ่ง “แม่นางไป๋ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเถ้าแก่เฉียนเป็นใคร”
“แน่นอนว่ารู้เจ้าค่ะ เขาเป็นพี่เขยของใต้เท้ากู้ใช่หรือไม่” ไป๋จื่อกล่าว
“รู้แล้วยังจะฟ้องร้องเขาอีกหรือ แต่ไหนแต่ไรใต้เท้ากู้ล้วนปกป้องเขา เจ้ามาร้องเรียนเขาไม่เท่ากับรนหาที่ตายหรืออย่างไร” เสี่ยวติงร้อนใจอยู่บ้าน ถึงอย่าไรก็มีวาสนาได้พบกันอยู่หลายครั้ง ใต้เท้าเมิ่งยิ่งมีบุญคุณกับเขา สหายของใต้เท้าเมิ่ง ก็ถือเป็นสหายของเขาเสี่ยวติง ย่อมไม่อาจเห็นนางไปทำเรื่องโง่ๆ
ไป๋จื่อขมวดคิ้ว “รนหาที่ตาย? เฉียนจงหยวนต้องก