เดิมทีคิดว่าไม่อาจได้พบหน้ากันอีกแล้ว ทว่าบัดนี้ได้พบกัน เขากลับไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดอย่างไรดี
สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องแยกจากนาง สุดท้ายแล้วต้องมีชีวิตที่แตกต่างกัน
แล้วยังมีอะไรต้องพูดกันอีกเล่า
เขาพยักหน้า “ดูแลตัวเองด้วย!”
ขณะที่เมิ่งหนานหมุนกายไป ไป๋จื่อและหูเฟิงก็หมุนกายจากไปเช่นกัน ทว่าเพิ่งเดินไปได้สิบกว่าก้าว กลับได้ยินเมิ่งหนานเรียกด้วยความร้อนใจ “ไป๋จื่อ…”
นางหันกลับไป เห็นเมิ่งหนานกำลังวิ่งมาหานางด้วยความร้อนใจ สีหน้าลุกลี้ลุกลนและ…ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรอยู่บ้าง
“อะไรหรือเจ้าคะ” นางถาม
“ต่อไปพวกเรายังจะได้เจอกันอีกหรือไม่” เมิ่งหนานอายุยี่สิบเอ็ดแล้ว ทว่าเขาคำพูดของเขาในตอนนี้เหมือนกับเด็กน้อยที่กำลังหลงทาง และไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรคนหนึ่ง
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ข้าไม่รู้เจ้าค่ะ อาจจะได้เจอกัน หรืออาจจะไม่ได้เจอกันก็ได้ ใครจะบอกเรื่องในอนาคตได้เล่าเจ้าคะ”
จริงด้วย ใครจะบอกเรื่องในอนาคตได้ชัดเจนกันเล่า
เมิ่งหนานยิ้มเจื่อน ทว่าก็จ้องมองเด็กสาวร่างอรชรผู้งดงามตรงหน้า หลังออกจากเมืองชิงหยวนไป เขาจะได้พบเจอเด็กสาวเช่นนางอีกหรือไม่
เขาหยิบพู่หยกขาวทรงกลมออกมาจากในอกเสื้อ บนพู่หยกสลักภาพนกและดอกไม้ไว้ ประณีตและมีชีวิตชีวายิ่ง มันดูอ่อนหวานนัก ทั้งยังแฝงจิตวิญญาณที่คล้ายมี คล้ายไม่มีอยู่เลือนราง ถึงนางจะไม่ใช่คนที่รู้เรื่องหยกมากนัก แต่ก็มองออกว่านี่เป็นหยกคุณภาพดีอย่างยิ่ง
เมิ่งหนานวางพู่หยกลง