ตรงกลางฝ่ามือของไป๋จื่อ “ต่อไปหากพบเรื่องยากลำบากอะไร เจ้าจงนำพู่หยกนี้ไปที่เมืองหลวง ไปหาข้าที่สกุลเมิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยุ่งยากอะไร ข้าล้วนช่วยเจ้าทั้งสิ้น”
ไป๋จื่อกำลังจะปฏิเสธ แต่เมิ่งหนานกลับหมุนกายเดินไปแล้ว ทั้งยังเดินเร็วมาก ไม่หันหน้ากลับมามองนางด้วยซ้ำ เพราะเขาเองกลัวว่าหากหันกลับไปมอง เขาจะยิ่งอาลัยอาวรณ์ที่จะต้องจากนางไปมากกว่านี้
เมื่อองครักษ์จินออกคำสั่ง ขบวนรถก็เดินหน้าต่อไป หายไปในกลุ่มควันที่ตลบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
นางกำหยกชิ้นนั้นไว้ในมือ หนักนัก ราวกับมีน้ำหนักเป็นพันชั่งก็ไม่ปาน
หูเฟิงกวาดสายตามองพู่หยกในมือนางอย่างเฉยชาครั้งหนึ่ง ก่อนจะกล่าวเสียงเย็น “นี่เป็นตราหยกแสดงฐานะของคุณชายสกุลเมิ่ง ไม่ใช่พู่หยกธรรมดาทั่วไป เมิ่งหนานมอบให้เจ้าเช่นนี้ เขาไม่กลัวก่อเรื่องยากลำบากให้เจ้าเลยรึ”
เมื่อไป๋จื่อได้ยินดังนั้น นางก็รีบยัดพู่หยกใส่ในอกเสื้อ แล้วพูดเสียงดัง “เจ้าห้ามพูดเรื่องนี้เด็ดขาด ต่อไปหากมีโอกาส ข้าต้องคืนให้เขาอย่างแน่นอน”
ชายหนุ่มยักไหล่ ก่อนจะกลับหลังหันเดินไปทางรถม้า “นั่นไม่ใช่เรื่องของข้า ไปเถอะ ซื้อยาเสร็จแล้วก็อย่าได้ลืมเรื่องสำคัญ”
ไป๋จื่อตามหลังเขาขึ้นรถม้า หลังจากเข้าเมืองแล้วก็ไปยังโถงสมุนไพรทันที
นางยื่นใบสั่งยาที่เขียนไว้อย่างดีแล้ว ให้กับเจ้าของร้านที่คอยรับผิดชอบเจียดยาของโถงสมุนไพร เมื่อผู้ดูแลเห็นใบสั่งยาแล้ว เขาก็ต้องหรี่ตาลงกึ่งหนึ่ง
“ขมิ้น