ดจะไปห้องสุขา ทว่าเห็นในห้องครัวยังคงจุดไฟสว่างโร่อยู่
ไป๋จื่อกำลังนวดก้อนแป้งให้เป็นเส้นยาว แล้วค่อยหันเป็นท่อนเล็ก
นางยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อ พลางยิ้มกริ่ม “พรุ่งนี้เมิ่งหนานและจินเสี่ยวอันจะไปแล้ว ข้าจึงทำของว่างให้พวกเขาสักเล็กน้อย เพื่อให้พวกเขานำติดตัวไปกินระหว่างทางเจ้าค่ะ”
ลุงหูร้องอ๋อเสียงหนึ่ง “อยากให้ข้าช่วยหรือไม่ ข้าก่อไฟให้เจ้าได้นะ”
เด็กสาวรีบโบกมือ “ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ ข้าทำคนเดียวได้ ท่านไปนอนเถอะ ข้าใกล้จะเสร็จแล้วเช่นกัน”
อีกฝ่ายเห็นนางกล่าวดังนั้นก็ไม่อยากรบเร้า จึงพยักหน้า ก่อนจะหมุนกายกลับเรือนไป
หูเฟิงที่กำลังฝึกยุทธ์อยู่ภายในห้องค่อยๆ ลืมตาขึ้น หลังจากได้ยินประตูห้องข้างๆ ปิดลงแล้ว เขาก็เปิดประตูห้องออกไป
ในอากาศมีกลิ่นหอมของอาหารตลบอบอวล ยามดึกสงัดเช่นนี้แล้ว ดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้าแล้ว ส่วนที่ลานด้านหลังก็ดูเหมือนจะสว่างจ้าเช่นกัน
“เจ้าทำมากมายถึงเพียงนี้เชียว พวกเขาจะกินหมดหรือ”
จู่ๆ ก็มีเสียงของหูเฟิงดังขึ้นมา ทำเอาไป๋จื่อตกใจจนแทบจะสับมีดลงบนนิ้วของตนเอง
ไป๋จื่อวางมีดลง แล้วหันไปมองหูเฟิงที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องครัว ขณะเดียวกันก็เบิกตาโพลง “เจ้ากะจะให้ข้าตกใจตายสินะ ดึกป่านนี้แล้ว” เหตุใดเมื่อครู่ถึงไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาเลย หรือว่าเขาจะใช้วิชาตัวเบา
หูเฟิงเดินเตร่เข้าไปในห้องครัว แล้วนั่งลงบนเก้าอี้เล็กๆ หน้าเตาไฟ เขามองไฟในเตาครั้งหนึ่ง แล้วโยนฟื