าจกอดบุตรสาวของตนไว้ได้ชั่วขณะหนึ่ง ทำให้เจ้าตัวเล็กหลุดจากมือนางไป
นางร้องเสียงแหลม บุตรสาวของนางยังป่วยอยู่ หากตกลงพื้นครั้งนี้คงไม่ใช่เรื่องดี จะยังมีชีวิตต่อไปได้หรือ
อาอู่ที่อยู่ข้างๆ เห็นดังนั้นก็อยากกระโจนตัวไปช่วยลูกของตนเอง แต่กลับถูกลูกน้องที่อยู่ข้างๆ จับไว้ เขาออกแรงผลักอีกฝ่ายออกอย่างบ้าคลั่ง ครั้งกลับหลังหันไปแล้วถึงพบว่ามีใครบางคนอุ้มลูกเขาเอาไว้ในอก
บุตรสาวของเขาไม่ได้ตกลงบนพื้น ขอบคุณสวรรค์!
คราวนี้เขาถึงจะช้อนสายตามองไปยังคนที่ช่วยบุตรสาวของเขาไว้ได้ทันกาล อีกฝ่ายเป็นบุรุษผู้หนึ่ง รูปงามสูงใหญ่ สายตาเย็นชาและดุดัน
เป็นเขา? บุรุษที่ฝากรถม้าไว้อย่างนั้นหรือ
“คะ คุณชาย? ขะ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะ…”
หูเฟิงพยักหน้าให้อาอู่ ก่อนจะกล่าวว่า “ไม่จำเป็นต้องพูดหรอก ข้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว” หลังจากพูดจบ เขาก็หมุนกายอุ้มเด็กน้อยในมือไปวางไว้ที่รถม้า จากนั้นก็กลับหลังหันเดินไปถึงเบื้องหน้าภรรยาของอาอู่ แล้วกล่าวกับลูกน้องที่จับนางไว้ “ปล่อยมือ”
ลูกน้องคนนั้นกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ในใจรู้สึกเครียดเกร็งอยู่บ้าง ทว่าอยู่ต่อหน้าเจ้านาย เขาไม่อาจขลาดกลัวได้เป็นอันขาด ทำได้เพียงยืดคอว่า “เด็กหนุ่มจากที่ใดกัน นี่เป็นธุระของเถ้าแก่เฉียน เจ้าอย่าเข้ามายุ่งเลยเสียจะดีกว่า”
สีหน้าของหูเฟิงไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เสียงเย็นชาดังขึ้นอีกครั้ง “ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย จะปล่อยมือหรือไม่”
อีกฝ่าย