บสถานการณ์หน่อยเถอะ”
“เขาติดค่าเช่าบ้านของเจ้า เจ้ามาทวงเงินกับเขานับว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่เจ้ามีสิทธิ์อะไรไปนำภรรยาของเขามาชดใช้หนี้” ไป๋จื่อกล่าวถาม
เถ้าแก่เฉินแค่นหัวเราะอีกครา “เขาคืนเงินข้าไม่ได้ นำภรรยาของเขามาชดใช้หนี้ก็ถือว่าข้าเมตตาเขาแล้ว หาเรื่องนี้ไปถึงที่ว่าการอำเภอ ข้าว่าเขาต้องถูกตัดสินให้เข้าคุกเป็นแน่”
“เจ้าเป็นเจ้าของที่ว่าการอำเภอสินะ แต่ติดหนี้เจ้าไม่เท่าไร ก็ถูกตัดสินเข้าคุกได้แล้วหรือ” ไป๋จื่อย่อมไม่เชื่อ
ลูกน้องข้างกายเถ้าแก่เฉียนกล่าว “แม้ที่ว่าการอำเภอจะไม่ใช่ของเถ้าแก่ แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับเป็นสถานที่ของเถ้าแก่ ใต้เท้ากู้เป็นน้องเขยของเจ้านายข้า หากพวกเจ้ารู้จักเอาตัวรอด ข้าว่าพวกเจ้าอย่าได้ยุ่งไม่เข้าเรื่องเสียดีกว่า”
ไป๋จื่อกล่าว “จริงหรือ ที่แท้ที่ว่าการอำเภอที่ตั้งขึ้นโดยราชสำนัก ล้วนเป็นลานบ้านด้านหลังสกุลเฉียนของพวกเจ้า ดียิ่งนัก พรุ่งนี้ใต้เท้าเมิ่งกลับเมืองหลวง ข้าจะบอกเรื่องนี้ให้เขารู้สักหน่อย หากมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฝ่าบาท ก็จะทูลให้ฝ่าบาททรงทราบ ว่าในเมืองชิงหยวนที่อยู่ไกลสุดขอบโลกนี้ไม่ใช่ผืนแผ่นดินของพระองค์อีกแล้ว แต่ล้วนเป็นกรรมสิทธิ์ของสกุลเฉียน”
เถ้าแก่เฉียนเมื่อได้ยินดังนั้น ก็ร้องว่าแย่แล้วในใจในทันที รีบถามว่า “ใต้เท้าเมิ่งที่เจ้าพูดถึง คงไม่ใช่เมิ่งหนานที่เพิ่งจะได้รับคำสั่งจากฝ่าบาทให้กลับไปเมืองหลวงกระมัง”
เด็กสาวพยักหน้า “ย่อมเป็นเ