ขา เมื่อครู่พวกข้ายังร่วมกินข้าวด้วยกันที่ร้านสือเค่ออยู่เลย ทั้งยังนัดแนะกันว่าพรุ่งนี้จะส่งเขาออกจากเมืองชิงหยวนด้วย”
เถ้าแก่เฉียนและใต้เท้ากู้สนิทสนมกันเหมือนญาติ เขาจึงเคยได้ยินฐานะของเมิ่งหนานมาก่อน ผู้อื่นอาจจะข่มขู่เขาไม่ได้ แต่ฐานะของเมิ่งหนานกลับไม่ธรรมดาโดยสิ้นเชิง ยิ่งเป็นตระกูลสูงศักดิ์ที่มีชื่อเสียงจากเมืองหลวง หากเมิ่งหนานกลับไปทูลเรื่องนี้กับฝ่าบาทที่เมืองหลวงจริง เช่นนั้นน้องเขยของเขาคงจะน่าเวทนานัก ส่วนตัวเขาเองก็ต้องพบกับหายนะไปด้วย
เมื่อคิดถึงตรงนี้ บนใบหน้าอ้วนๆ ของเถ้าแก่เฉียนก็พลันฉีกยิ้มออกมา “แม่นางน้อย เมื่อครู่พวกข้าเพียงล้อเล่นเท่านั้น เจ้าก็รู้ว่าเรื่องทะเลาะเบาะแว้งเช่นนี้ ย่อมไม่จำเป็นต้องกล่าวหนักนัก ข้าทำรุนแรงไปหน่อย ทว่าข้าไม่ได้มีเจตนาอื่นนะ เจ้าอย่าบอกเรื่องนี้กับใต้เท้าเมิ่งเลย”
สายตาของไป๋จื่อกวาดมองอาอู่อย่างเย็นชา “ไม่พูดย่อมได้ แต่จะจัดการเรื่องของอาอู่อย่างไร”
“ข้าไม่เอาแล้ว ไม่ต้องการแม้สักเฉียนเดียว ตกลงหรือไม่” เถ้าแก่เฉียนกล่าว
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ค่าบ้านควรจ่ายเท่าไรก็เท่านั้น ข้าจะจ่ายให้เอง แต่เจ้าจำต้องขอโทษอาหู่”
ในใจของเถ้าแก่เฉียนรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่กล้ามีเรื่องกับเด็กสาวน่าตายผู้นี้ จึงทำเป็นอ่อนข้อไปก่อน เมื่อเมิ่งหนานไปแล้ว คอยดูเถอะว่าเขาจะจัดการกับนางอย่างไร
“ตกลง ข้าจะขอโทษเขา เดิมทีก็เป็นความผิดของข้าอยู่แล้ว ข