ปเสียด้วยซ้ำ
หูเฟิงส่ายหน้า “ข้าไม่ใช่สารถีของเจ้า เจ้าจะเข้าเมืองแล้วเกี่ยวอะไรกับข้า”
ในใจของไป๋จื่อพลันมีกองไฟลุกโชนขึ้นมา เหตุใดก่อนหน้านี้เขาไม่พูดเล่า หากรู้แต่แรกว่าเขาจะเป็นเช่นนี้ นางจะวางไข่ไก่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าเดียว[1]หรือ เหตุใดต้องตามหาสารถีสำรองเอาไว้ เพราะเหตุนี้อย่างไรเล่า เมื่อไม่มีเขา นางจะได้มีใครพาไปไหนมาไหนได้บ้าง
นางถลันไปถึงเบื้องหน้าของหูเฟิงที่กำลังผูกผ้าพันเอวเสียเลย “หูเฟิง แท้จริงแล้วเจ้าต้องการให้ข้าทำอย่างไรกันแน่”
หูเฟิงส่ายหน้า “ข้าไม่ได้ต้องการอะไร เจ้าคิดว่าข้าต้องการอะไรหรือ”
“เจ้าพูดมาตามตรงดีกว่า ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะยอมพาข้าเข้าเมือง” ไป๋จื่อถามไปตามตรง
เมื่อหูเฟิงผูกผ้าพันเอวเสร็จแล้ว สายตาเรียบเฉยของเขาก็มองไปที่ใบหน้าเล็กที่เชิดขึ้นเล็กน้อยของไป๋จื่อ “ตรงไปตรงมาดี จะพาเจ้าไปย่อมได้ แต่เจ้าต้องรับปากข้าเรื่องหนึ่ง”
“เรื่องอะไร” ไป๋จื่อมุ่นคิ้ว หูเฟิงผู้นี้คงไม่ขออะไรแปลกๆ หรอกกระมัง
“ห้ามไปทำอาหารให้เมิ่งหนานที่ที่ว่าการอำเภอ”
ไป๋จื่อตะลึงงัน นี่มันเงื่อนไขอะไรกัน “เหตุใดไปทำอาหารให้เขาที่ที่ว่าว่าการอำเภอไม่ได้”
สีหน้าของหูเฟิงดูดำคล้ำเล็กน้อย “เจ้าไม่ใช่แม่ครัวของพวกเขา เหตุใดต้องไปทำอาหารให้เขาด้วย อีกอย่างข้าก็ไม่อยากไปสถานที่เช่นนั้น”
“แต่ว่า…ข้า…”
หูเฟิงขัดจังหวะนาง “หากเจ้าไม่รับปาก เช่นนั้นก็ถือว่าข้าไม่ได้พูดอะไรเสีย”
เด็กสาวนึกถึงเร