นๆ เข้าไปตบไหล่ของไป๋จื่อ “เด็กสาวผู้นี้ เรื่องก็ผ่านไปตั้งนานแล้ว ยังหยิบยกมาพูดอยู่ได้ พวกข้าไม่ได้ตั้งใจ เมื่อลืมไปแล้ว ข้าก็ลืมไปเลย บัดนี้เจ้ามีชีวิตที่ดีแล้ว ไม่ใช่ว่าสกุลไป๋ก็มีความดีความชอบด้วยหรือ ลองคิดดูสิ หากไม่มีสกุลไป๋ของพวกข้า เด็กสาวอย่างเจ้าจะโตขึ้นมาได้ถึงขนาดนี้หรือ”
นางต้องการจะทวงบุญคุณสินะ
ไป๋จื่อแค่นหัวเราะอยู่ในใจตลอด สตรีชั่วช้าสองคนนี้มีเจตนาชัดเจนเกินไปแล้ว พวกนางไม่ใช่ว่าอยากได้มันฝรั่งในถุงของนางกับท่านแม่หรือไร
หากไม่ใช่เพราะต้องการจะหาประโยชน์จากมือพวกนาง คนเช่นหญิงชราสกุลไป๋และหลิวซื่อจะเข้ามาพูดคุยกับนางเองได้อย่างไร
อยากได้? เหอะ…ข้าไม่ให้หรอก ถึงแม้จะเป็นสิ่งของที่ให้สุนัขกิน ก็ไม่มีทางมอบให้คนใจไม้ไส้ระกำเช่นนี้แน่นอน
“เจ้าก็พูดถูกเช่นกัน เรื่องในอดีตไม่จำเป็นต้องนำมาพูดอีก พวกข้าแม่ลูกทำงานต่างวัวต่างม้าให้พวกเจ้าสกุลไป๋มาตั้งหลายปี บุญคุณหรือหนี้ใดก็ชดเชยคืนไปหมดแล้ว หากเป็นเช่นที่เจ้าว่า ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องในอดีตอีก หลังจากนี้ก็อย่าได้ทำมาเป็นสนิทสนมกับพวกข้า ประจบเอาใจพวกข้า เพราะพวกข้าไม่มีญาติเป็นคนสกุลไป๋เช่นพวกเจ้า”
คำพูดนี้ดักคอหญิงชราและหลิวซื่อจนแทบสำลักตาย แล้วพวกนางจะขอแตงดินจากนางเด็กคนนี้อย่างไรได้
หญิงชรากลอกตาครั้งหนึ่ง กล่าวว่า “เช่นนั้นก็ได้ บนหนังสือแยกบ้านเขียนไว้ชัดเจน ต่อไปพวกเราสองบ้านต่างคนต่างอยู่ ทางใครทางมัน ไม่ต