ี่เจ้ามีวรยุทธ์แก่กล้าแล้ว จะต้องเป็นขุนนางฝ่ายบู๊คนหนึ่งอย่างแน่นอน”
ครั้นเห็นหูเฟิงฟังนางพูดจนตกอยู่ในภวังค์ อีกทั้งบนใบหน้าของเขาก็ไม่มีความประหลาดใจเลยสักนิด ในใจนางคิดถึงปฏิกิริยาเช่นนี้ของเขาไว้ได้อยู่ก่อนแล้ว จึงพูดต่ออีกว่า “ข้าได้ยินมาว่า สามปีก่อนที่ท่านลุงหูจะพบเจ้า ทางเหนือมีการต่อสู้อยู่ครั้งหนึ่งพอดี แต่ขณะที่เขาพบเจ้า ตอนนั้นสงครามบริวเณชายแดนจบลงไปได้หนึ่งเดือนแล้ว ข้าจึงสงสัยว่าเจ้าอาจจะเป็นแม่ทัพที่ได้รับชัยชนะในการต่อสู้ครั้งนั้น แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดถึงได้รับบาดเจ็บหนักเช่นนี้”
เรื่องเหล่านี้ที่นางคิด หูเฟิงก็เคยคิดมาก่อนเช่นกัน เพียงแต่เขาคิดไม่ถึงว่าเด็กสาวอย่างไป๋จื่อจะคิดเชื่อมโยงเรื่องราวได้เก่งกาจเช่นนี้
ไป๋จื่อกล่าวอีกว่า “ข้าเห็นว่าเจ้ารีบร้อนฟื้นความทรงจำเช่นนี้ ในเมื่อคาดเดาฐานะของตนเองได้คร่าวๆ แล้ว ถึงแม้จะเดาฐานะที่แท้จริงไม่ได้ แต่ขอเพียงไปเมืองหลวง หาคนที่ร่วมรบและได้รับชัยชนะกลับไปที่เมืองหลวงพบ พวกเขาจะต้องจำเจ้าได้แน่ เพื่อตามหาฐานะของตนเองแล้ว ไหนเลยเจ้าจะไม่ไป”
หูเฟิงไม่ตอบ กลับถามว่า “เช่นนั้นเจ้าคิดว่าเหตุใดข้าถึงไม่ไป”
“ข้าไม่กล้าพูดหรอก” ไป๋จื่อหัวเราะเสียงดัง
ชายหนุ่มร้อง ‘ชิ’ เลียนแบบนาง “เจ้าไม่กล้า? บนโลกนี้มีเรื่องใดที่เจ้าไม่กล้าอีกหรือ อย่าอมพะนำหน่อยเลย พูดออกมา!”
“เช่นนั้นข้าขอพูดตามตรง” นางขยิบตาให้เขา พยายามทำให้บรรยากาศน่าตื่นเต้