ินกล่าว “ข้าแน่ใจว่านั่นเป็นเสื้อผ้าของทหารราชสำนัก ข้ามีญาติผู้น้องคนหนึ่งเป็นทหารชั้นผู้น้อยในเมืองหลวง ทุกครั้งที่ข้าพบเขา เขาล้วนสวมเสื้อผ้าเช่นเดียวกันนั้นไม่มีผิดเพี้ยน ญาติผู้น้องเคยบอกว่า เสื้อผ้าประเภทนี้ทำขึ้นเพื่อเมืองหลวงโดยเฉพาะ มีรูปแบบและลวดลายเหมือนกันทั้งหมด”
หูเฟิงที่ฟังอยู่ข้างๆ พูดต่อ “เช่นนั้นหมายความว่า โจรป่าปล้นไปแต่เพียงเสบียงอาหารและเงินตรา แต่กลับปล่อยทหารจากเมืองหลวงที่มาคุ้มครองขบวนรถไป ทั้งยังเหลือเงินให้พวกเขาพักที่สถานพักม้าด้วย”
เมิ่งหนานไม่ใช่คนโง่ เขาจะไม่เข้าใจคำพูดถากถางของหูเฟิงได้อย่างไร ในใจของเขาหวนนึกถึงพฤติกรรมอันผิดปกติของใต้เท้ากู้ต่อหน้าเขาในหลายวันมานี้ เดิมทีเขาเกิดความสงสัยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ความสงสัยนั้นก็ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ไป๋จื่อกล่าว “พี่เมิ่ง ข้ารู้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับท่านอย่างแน่นอน แต่พวกชาวบ้านไม่มีทางคิดเช่นนั้น ราชสำนักจัดสรรเสบียงอาหารมาให้แท้ๆ อีกทั้งเดิมทีเป็นเสบียงอาการที่ใช้สำหรับช่วยชีวิตคน แต่กลับถูกคนบางจำพวกฮุบเอาไว้ด้วยวิธีการบางอย่าง แม้กระทั่งเสบียงอาหารที่เดิมทีพวกชาวบ้านควรจะได้รับโดยไม่ต้องใช้เงินซื้อ ก็กลับนำมาขายในราคาแพง สร้างวิกฤตการณ์ทางการเงินขึ้นมา”
“พวกชาวบ้านแยกไม่ออกว่าผู้ใดเชื่อถือได้ หรือผู้ใดชั่วร้าย พวกเขารู้เพียงว่าคนที่มอบหนทางมีชีวิตรอดให้กับพวกเขาได้ก็คือคนดี ส่วนคน