ที่บังคับให้พวกเขาต้องพบจุดจบของชีวิต นั่นล้วนเป็นคนเลว”
“ส่วนพี่เมิ่ง บัดนี้ท่านเป็นผู้ตัดสินคดีของเมืองชิงหยวน ในสายตาของชาวบ้าน ท่านและนายอำเภอไม่มีอะไรแตกต่างกัน ล้วนเป็นขุนนางของราชสำนัก มีความสามารถช่วยพวกเขาให้พ้นวิกฤติได้อย่างชัดเจน แต่กลับเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ”
เมิ่งหนานส่ายหน้า “ข้า..” เขาอยากพูดว่าเขาไม่ได้คิดเช่นนั้น แต่การกระทำของเขาทุกอย่างหลายวันมานี้ มีความแตกต่างใดกับการเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กัน
อิงครักษ์จินเห็นเมิ่งหนานรู้สึกผิด ในใจก็รู้สึกร้อนใจเช่นกัน เขาจึงรีบถามว่า “แม่นางไป๋ เจ้าก็รู้ว่าคุณชายของข้าเป็นคนอย่างไร เขาไม่ใช่คนเลือดเย็นและไร้น้ำใจ เพียงแต่เรื่องบางเรื่อง คุณชายของข้าก็ออกหน้าไม่ได้เช่นกัน”
สิ่งที่องครักษ์จินพูด ไป๋จื่อย่อมเข้าใจ นางเห็นเมิ่งหนานเป็นสหายจริงๆ ถึงอย่างไรเขาก็เคยช่วยนางไว้มากกว่าหนึ่งครั้ง
“ข้ามีความคิดหนึ่ง” นางยิ้มจาง ในดวงตาปรากฏความเจ้าเล่ห์สายหนึ่ง
จินเสี่ยวอันและเมิ่งหนานก็ตาเป็นประกายเช่นกัน พวกเขาถามอย่างพร้อมเพรียงว่า “ความคิดอะไรหรือ”
ไป๋จื่อเข้าไปใกล้ ก่อนจะก้มหน้าลงกระซิบที่ข้างหูของเมิ่งหนาน
องครักษ์จินได้ยินสิ่งใดไม่ชัดเจนสักนิด จึงรู้สึกร้อนรนอย่างยิ่ง “แม้แต่ข้าก็รู้ไม่ได้หรือ”
เมิ่งหนานฟังแล้วก็พยักหน้าหงึกหงัก ชื่นชมว่าความคิดนี้ยอดเยี่ยมนัก
ฝ่ายองครักษ์จินมีแต่จะร้อนใจมากยิ่งขึ้น ทว่าแม้กระทั่ง