าเชียว”
สองมือขององครักษ์จินว่างเปล่า เหตุใดเมื่อครู่เขาถึงไม่คิดจะแย่งมาเก็บไว้เป็นมื้อกลางวันสักชิ้น วางกลยุทธ์ผิดพลาดจริงๆ!
ไป๋จื่อกล่าว “พวกท่านอดมื้อกินมือเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องดีนัก ไม่ดีกับสุขภาพเสียเลย”
องครักษ์จินกลืนผัดผักคำสุดท้ายลง แล้วถอนใจเสียงหนึ่ง “แม้นางไป๋ หลังจากกินข้าวที่เจ้าทำมื้อนั้นเมื่อห้าวันก่อน พวกข้าก็กินอาหารที่ในครัวทำมาให้ไม่ลงจริงๆ ทุกวันพวกข้าเอาแต่จ้องดวงดาว มองดวงจันทร์ รอคอยเจ้านำอาหารมาให้”
เด็กสาวยิ่งหัวเราะไม่ได้ ร้องไห้ไม่ออก “ข้าพูดแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ หากพวกท่านอยากกินอาหารที่ข้าทำ ก็ไปหาข้าที่หมู่บ้านหวงถัว เหตุใดต้องปล่อยให้ท้องหิวตลอดทั้งวันอยู่ที่นี่ด้วย”
จินเสี่ยวอันกล่าว “แม่นางไป๋ เจ้าไม่รู้ว่าพวกข้าอยากไปทุกวัน แต่ก็จนใจเพราะช่วงนี้มีผู้ประสบภัยหลั่งไหลเข้ามาในเมืองเป็นจำนวนมาก มีเรื่องวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน คุณชายเองก็ยุ่งอยู่ตลอด มีวันนี้ที่พอจะว่างอยู่บ้าง เพราะคุณชายแกล้งป่วยขึ้นมา ไม่เช่นนั้นตอนนี้ใต้เท้ากู้คงจะลากเขาไปจัดการคดีที่ศาลาว่าการข้างหน้าแล้ว”
หูเฟิงส่ายหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยแววดูถูก “ในเมื่อพวกเจ้าได้รับเงินเดือนของที่ว่าการอำเภอ รับคดีมาตัดสินนับว่าเป็นหน้าที่ของพวกเจ้า แต่กลับแกล้งป่วยเช่นนี้เพื่อให้ได้กินอิ่มสมใจอยาก พวกเจ้าไม่อายหรือไร”
เมิ่งหนานวางจอกชาลง แล้วโบกมือให้หูเฟิง “เจ้าพูดเช่นนั้นไม่ได้ ข้าเป็นผู้ตัดสินคด