วไม่ได้นะขอรับ”
“เก็บไว้กินคนเดียวแล้วอย่างไร ข้าไม่ได้กินข้าวมาสองมื้อแล้ว กินคนเดียวสักมื้อไม่ได้หรือไร” เมิ่งหนานแค่นหัวเราะเสียงเบา
“ข้าก็ไม่ได้กินข้าวหนึ่งมื้อ หิวเป็นอย่างยิ่งแล้ว ท่านอย่าเห็นแก่ตัวเกินไปสิ” จินเสี่ยวอันกระเง้ากระงอด
ไป๋จื่อหมดคำพูดกับความหวงของกินของทั้งสองคน ตรงนี้ยังมีเจ้าพนักงานของที่ว่าการอำเภออยู่ด้วย พวกเขาแย่งอาหารกันเหมือนเด็กๆ เช่นนี้ ภาพลักษณ์ย่อมไม่เหลือแม้สักนิด
“เอาล่ะๆ ข้านำมามากทีเดียว เพียงพอให้พวกท่านสองคนกิน เข้าไปข้างในเถอะเจ้าค่ะ” ไป๋จื่อดันเมิ่งหนานและองครักษ์จินให้เข้าไป ขณะเดียวกันก็รู้สึกร้องไห้ไม่ได้ หัวเราะไม่ออก
เดิมทีนางมาดูอาการบาดเจ็บของเมิ่งหนาน แต่สุดท้ายยังต้องรอพวกเขากินข้างเสร็จก่อนถึงจะเริ่มได้…
กล่องอาหารไม่ใหญ่มากนัก แต่กลับบรรจุอาหารไว้แน่นขนัด จานหนึ่งเป็นเกี๊ยวทอด จานหนึ่งเป็นผัดผัก และม้วนจีตั้นปิ่งหกชิ้น
หลังจากเมิ่งหนานแลองครักษ์จินชิมเกี๊ยวทอดแล้ว พวกเขาก็หยุดไม่ได้โดยสิ้นเชิง แม้จะอยากถามว่าแท้จริงแล้วนี่คือสิ่งใด ทว่าก็ไม่อยากหยุดกิน เพราะเมื่อหยุดแล้ว อีกฝ่ายจะได้กินมากกว่าตนเองหนึ่งชิ้น ไม่มีผู้ใดอยากเสียเปรียบเช่นนี้ จึงเปิดฉากเจ้าแย่ง ข้าฉวยอย่างเป็นทางการ
เมิ่งหนานเรอออกมาด้วยความพึงพอใจ แต่ในมือกลับยังคงคว้าจีตั้นปิ่งสองชิ้นไว้ “นี่เป็นของข้า ตอนนี้กินไม่ลงแล้ว จะเก็บไว้กินตอนกลางวัน เจ้าอย่าได้มาแย่งกับข้