วนแล้ว
ครั้นเห็นเมิ่งหนานมีสีหน้าบึ้งตึงมาโดยตลอด กู้ซีก็รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาบ้าง ทว่านางไม่อยากกลับไปทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไร นางจึงทำเป็นมองไม่เห็นความเฉยชาของเมิ่งหนาน ตั้งหน้าตั้งตาพูดว่า “พี่เมิ่ง ซีเอ๋อร์ได้ยินคนในห้องครับบอกว่า หลายวันมานี้ท่านไม่ได้กินอะไรเท่าไรนัก ท่านดูตนเองสิเจ้าคะ ผอมลงไปตั้งเยอะแน่ะ แม้จะบอกว่าบาดเจ็บที่มือ ทว่าก็เป็นมือซ้าย ไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่อะไร มือขวายังดีอยู่ไม่ใช่หรือ ท่านอย่าได้ทรมานตัวเองเลยนะเจ้าคะ”
เมิ่งหนานกางพัด ก่อนจะพัดให้ตนเองไปมา สายตามองไปยังความว่างเปล่าตรงประตู ไม่รู้ว่ามีคนได้ยินนางพูดหรือไม่
กู้ซีขยิบตาให้สาวใช้ข้างกาย อีกฝ่ายจึงเริ่มหยิบอาหารออกมาจากในกล่อง จานหนึ่งเป็นของหวานที่รังสรรขึ้นมาอย่างตั้งใจ ส่วนอีกสองจานเป็นอาหารที่มีกลิ่นหอมและสีสันสวยงามครบเครื่อง
“พี่เมิ่ง นี่เป็นอาหารคาวและหวานที่ข้าลงครัวทำด้วยตนเอง ท่านลองชิมดูนะเจ้าคะ”
เมิ่งหนานเหล่มองอาหารบนโต๊ะ ก่อนจะยกยิ้มเยาะที่มุมปาก “เจ้าทำเอง?”
หญิงสาวรีบพยักหน้า “เจ้าค่ะ ข้าทำเอง เพื่อเรียนรู้การทำอาหาร ข้าเสียเวลาไปไม่น้อยเลย วันนี้ก็ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเลยนะเจ้าคะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น เมิ่งหนานก็ยื่นมือไปหยิบขนมไป๋อวี้เกา[1]ชิ้นหนึ่งมา
กู้ซีเห็นว่าเขากินอาหารที่ตนนำมาในที่สุด จึงรู้สึกเบิกบานใจราวกับแสงอาทิตย์เจิดจรัสในทันที รอยยิ้มบนใบหน้าคล้ายกับดอกไม้ผลิก็