มู่บ้านไป๋หยางจำนวนหนึ่งมาทุบทำลาย ทั้งยังยั่วโมโหขุนนางเข้าอีก ต้องถูกโบยเสียหนึ่งยก มิหนำซ้ำตอนนี้แม้แต่บ้านก็ใกล้จะไม่เหลือ ล้วนเป็นเพราะนางเด็กไป๋จื่อทั้งสิ้น
หลิวซื่อร้องไห้ไปพลาง ก่นด่าไปพลาง “นางเด็กน่าตายผู้นี้ ขอนางอย่าได้ตกมาอยู่ในกำมือของข้า ไม่เช่นนั้นไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะจัดการนางให้ตาย”
สตรีสองคนเบื้องหน้า จนถึงตอนนี้ยังคงกล่าวโทษผู้อื่น แต่ไหนแต่ไรไม่เคยคิดว่าตนเองทำอะไรไปบ้าง ถึงเกิดเรื่องเลวร้ายมากมายถึงเพียงนี้
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาพูดเรื่องพวกนี้กระมัง พวกเราควรคิดหาวิธี ว่าจะผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างไร” จางซื่อลอบถอนใจ จนใจอย่างยิ่ง
หลิวซื่อร้องไห้พลางกล่าว “จะมีวิธีอะไรอีก หกตำลึงเงินเชียวนะ นำไปขอสะใภ้แต่งเข้ามาสักคนได้เลย ตอนนี้พวกเราจะหาเงินมากมายเช่นนั้นมาจากที่ใดได้”
จางซื่อมองไปทางแม่สามี บนใบหน้าคล้ายยิ้ม คล้ายไม่ยิ้ม “ได้ยินเจ้ารองพูดว่าก่อนหน้านี้พวกท่านพบหยกชิ้นหนึ่งในบ้าน สู้นำมันไปจำนำ แลกเงินกลับมาสักหน่อย ไม่เพียงคืนเงินค่ารักษาของท่านหมอลู่ได้ ยังซื้อข้าวและเสบียงอาหารมาได้ทันท่วงที ท่านก็เห็นว่าทั้งบ้านล้วนกินแต่ผักป่าทุกวัน จนหน้าจะกลายเป็นผักกันหมดแล้ว”
หลิวซื่อตาเป็นประกาย นึกถึงความล้ำค่าของพู่หยกชิ้นนั้นทันที นั่นเป็นหยกคุณภาพสูง จะต้องได้เงินมาไม่น้อยแน่นอน
หญิงชรากดพู่หยกที่ซ่อนอยู่ในเสื้อผ้าอย่างแน่นหนา พู่หยกชิ้นนี้เป็นของดีจริงๆ ใส่ไว้กับ