ีกแล้ว มีเงินซื้อข้าวและเสบียงแท้ๆ แต่กลับตัดใจนำออกมาใช้ไม่ได้ ทำให้คนทั้งบ้านต้องทรมานกับความหิว เมื่อถึงเวลาที่หิวตายกันหมดแล้ว ดูสิว่านางจะนำเงินออกมาทำศพให้กับใครบ้าง“อยู่ที่นี่เอง!”เสียงของหมอลู่ดังมาจากข้างนอก หญิงชรารีบหันไปมอง เห็นหมอลู่นำเจ้าหน้าที่สองคนยืนอยู่ที่หน้าประตู เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนกำลังถลึงตามองนางด้วยความเย็นชา ก่อนที่เจ้าหน้าที่วัยกลางคนหนึ่งในนั้นจะกล่าวว่า “เจ้าคือไป๋หลัวซื่อ[1]หรือ?”หญิงชราหัวใจเต้นแรงโดยพลัน หน้าผากเริ่มมีเหงื่อกาฬเย็นเยียบผุดออกมา เรื่องที่ถูกเจ้าหน้าที่สองคนตีเสียหนึ่งยกราวกับเพิ่งเกิดขึ้น ครั้นเห็นพวกเขาสองคนเช่นนี้อีก…จะทำอย่างไรดี ขาก็เริ่มสั่นไปหมดแล้ว“เจ้าค่ะ ข้าก็คือไป๋หลัวซื่อ”ประตูลานบ้านไม่ได้ปิด เจ้าหน้าที่สองคนและหมอลู่จึงเข้ามาพร้อมกันเจ้าหน้าที่ถามกับหญิงชราว่า “ลู่จ่างชุนบอกว่าพวกเจ้าสกุลไป๋ติดเงินเขาหกตำลึงยังไม่คืน มีเรื่องเช่นนี้จริงหรือไม่”หญิงชรานึกถึงหนังสือแสดงหนี้ที่ถูกฉีกไปแล้ว ขอเพียงให้ตายอย่างไรนางก็ไม่ยอมรับ เรื่องติดเงินครั้งนี้ ถึงแม้ฮ่องเต้มาเองก็ย่อมตัดสินเรื่องนี้ไม่ได้ ครั้นคิดถึงตรงนี้ นางพลันมีความมั่นใจ เชิดหน้ากล่าวว่า “ไม่มีเรื่องเช่นนั้น พวกข้าสกุลไป๋ไปติดเงินเขาเมื่อใดกัน เขากำลังรีดไถอย่างเห็นได้ชัด”หลิวซื่อพูดต่ออีกว่า “ใช่เจ้าค่ะ เขาบอกว่าติดเงิน ก็หมายความว่าติดเงินตามนั้นหรือ มีหลักฐานหรือไม