ม่านถามหูเฟิงที่อยู่ข้างนอก
หูเฟิงเห็นนางเปิดม่านเป็นช่องเล็กๆ ก็มุ่นคิ้ว พลางเอี้ยวตัวไป ใช้ร่างกายสูงใหญ่ของตนเองบังลมฝนที่จะตกใส่หน้านางไว้ “ข้าไม่เป็นไร เจ้าเข้าไปเถอะ”
เด็กสาวมองแผ่นหลังที่เปียกโชกของเขา พลันพูดไม่ออกในทันที ได้แต่ถอยกลับไปอย่างเงียบๆ
สวรรค์ราวกับกำลังล้อเล่นกับพวกเขาก็ไม่ปาน รถม้าเพิ่งจะหยุดลงหน้าที่ว่าการอำเภอ พายุฝนกระหน่ำก็ค่อยๆ หยุดลง สายรุ้งลอยอยู่เหนือภูเขาเขียวชอุ่มที่อยู่ไกลออกไป แสงอาทิตย์ก็สดใสจ้าตาด้วยเช่นกัน
เจ้าพนักงานที่อารักขาอยู่หน้าประตูเห็นสภาพดูไม่ได้ของพวกเขา ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบนำพวกเขาไปที่จวนของเมิ่งหนาน
องครักษ์จินได้ยินเสียง ก่อนจะเห็นหูเฟิงที่เปียกไปทั้งตัว ไปจนถึงที่ไป๋จื่อที่เปียกครึ่งตัว แห้งครึ่งตัว เขาพลันตกใจจนอ้าปากค้าง “เจ้าฝ่าฝนมาหรือ” เมื่อครู่นี้ฝนตกหนักทีเดียว
หูเฟิงถอดเสื้อนอกของตนเองออก แล้วบิดน้ำออกอยู่ใต้ชายคา สายตาของเขาชำเลืองมองไป๋จื่อครั้งหนึ่ง ก่อนจะพูดกับองครักษ์จินว่า “หากสะดวก ท่านช่วยหาชุดให้นางเปลี่ยนด้วย หากอีกเดี๋ยวนางเป็นหวัดขึ้นมา จะช่วยรักษาคุณชายของท่านไม่ได้”
เมิ่งหนานก็เดินออกมาเช่นกัน ครั้นเห็นสภาพของทั้งสองคน เขาก็รีบพูดกับองครักษ์จินว่า “ยังไม่รีบไปอีก เจ้าต้องไปด้วยตนเอง” คนรับใช้ในจวนแต่ละคนล้วนเกียจคร้าน เรื่องเล็กน้อยอะไร ใช้พวกเขาทำต้องใช้เวลาถึงสองก้านธูป เวลาก้านธูปเดียวนับว่าน้อยเกินไป