หารให้”เมิ่งหนานชี้ห่อกระดาษในมือเขา “ยังจะเตรียมอะไรอีก มีอยู่แล้วไม่ใช่หรือ”คราวนี้องครักษ์จินถึงจะนึกออก รีบเปิดห่อกระดาษในมือออก แล้วยื่นม้วนจีตั้นปิ่งที่ม้วนอย่างสวยงามชิ้นหนึ่งให้เมิ่งหนานเมิ่งหนานรับม้วนจีตั้นปิ่งมา กลิ่นหอมดึงดูดเตะจมูกอย่างยิ่ง กระเพาะที่แต่เดิมไม่รู้จักหิวเริ่มส่งเสียงเอะอะขึ้นมาแล้วองครักษ์จินเห็นคุณชายกินอย่างเอร็ดอร่อยแล้ว ก็รู้สึกน้ำลายสอขึ้นมาบ้าง ถือโอกาสตอนที่คุณชายไม่สังเกต หยิบม้วนจีตั้นปิ่งใส่เข้าไปในปากเสียคำหนึ่งอย่างรวดเร็วทันทีที่เมิ่งหนานเห็นดังนั้น เขาก็รีบชี้ไปที่องครักษ์จิน “ข้าเห็นนะ ยังเหลืออีกสองชิ้น ข้าไม่อนุญาตให้เจ้ากินอีกแล้ว”อีกฝ่ายรีบกินม้วนจีตั้นปิ่งในมืออย่างว่องไว แล้วหยิบอีกชิ้นหนึ่งออกมาจากในห่อกระดาษอย่างไม่รีรอ ใส่เข้าปากไปพลาง หัวเราะฮ่าๆ ไปพลาง “ทั้งหมดมีสี่ชิ้น แม่นางไป๋บอกว่าให้พวกเราแบ่งกันคนละสองชิ้นขอรับ”“นางบอกตอนไหน เหตุใดข้าไม่ได้ยิน” เมิ่งหนานไม่เชื่อ เขาได้ยินเพียงนางบอกว่าเขาหิวแล้วก็กิน ไม่ได้พูดถึงองครักษ์จินแม้แต่ครึ่งประโยคแต่ไม่ว่าเขาจะเชื่อหรือไม่ ม้วนแป้งไข่ไก่สองชิ้นก็ลงท้องไปแล้ว องครักษ์จินเลียปากพลางยิ้มอย่างโง่งม“พวกท่านกำลังกินอะไรอยู่” เสียงแปลกใจของสตรีดังมาจากหน้าประตูองครักษ์จินออกไปต้อนรับทั้งๆ ที่บนริมฝีปากยังมันแผลบ เขายิ้มแห้งๆ ว่า “คุณหนูใหญ่กู้ เหตุใดท่านจะมาที่นี่ถึงไม่ให้คนส่งข่าวมาสั