ชั้นเรียนของเขา แปดในสิบคนล้วนนั่งรถม้าไปเรียน มีเพียงเขาและเด็กหนุ่มสกุลลู่เท่านั้นที่เดินไป และมักจะถูกคนหัวเราะเยาะว่ายากจนอยู่บ่อยๆ
หญิงชรามองรถม้าเตะฝุ่นจากไป ในใจต่อว่าด้วยความหยาบคายยกหนึ่ง ความรู้สึกซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง ทั้งเกลียดชัง ทั้งโกรธเคือง ทั้งยังเจือความอิจฉาอย่างเข้มข้น
“นางเด็กนั่นช่างอกตัญญูอย่างยิ่ง พวกเราสกุลไป๋เลี้ยงนางมาตั้งสิบสองปี นางเสียอีก ตอนนี้มีชีวิตที่ดี กลับเตะพวกเราสกุลไป๋ออกจากชีวิต หรือว่านางจะลืมไปเสียแล้ว ว่าแซ่ที่นางใช้อยู่เป็นสกุลไป๋ที่มอบให้” หลิวซื่อกล่าว
เจ้าใหญ่กล่าวอย่างดุดัน “ทุกอย่างของนางล้วนเป็นของพวกเราสกุลไป๋ รวมถึงรถม้าคันเมื่อครู่นี้ สิ่งของเหล่านี้ ไม่ช้าก็เร็วต้องกลับคืนมาที่พวกเราทั้งหมด”
จางซื่อไม่คิดจะดับฝันของพวกเขา นางไม่มีทางปลุกคนที่กำลังฝันหวาน ไม่ใช่สิ เป็นคนที่กำลังหลับฝันหวานกลุ่มหนึ่งต่างหาก
หากจัดการไป๋จื่อได้ง่ายเช่นนั้น พวกเขาสกุลไป๋จะตกที่นั่งลำบากอยู่ในจุดนี้หรือ ก่อนหน้านี้ไป๋จื่อยังไม่สนิทสนมกับพวกใต้เท้าเมิ่ง พวกเขาก็สู้นางไม่ได้แล้ว วันนี้นางมีใต้เท้าเมิ่งเป็นที่พึ่งพิง พวกเขายังคิดจะลงมือกับนางอีกหรือ นี่ไม่ใช่คนโง่เอาแต่ฝันหรืออย่างไร
แน่นอน จะเป็นคนทั้งที มีความฝันใช่ว่าจะไม่ใช่เรื่องดี พวกเขาชอบฝัน เช่นนั้นก็ให้พวกเขาฝันไปเถอะ!
หลังจากรถม้าเข้าเมืองไป จนกระทั่งถึงด้านนอกที่ว่าการ เจ้าพนักงานที่อยู่ด้านน