ิ่งหนานองครักษ์จินยืนตัวตรงอยู่ในลานเหมือนครั้งที่แล้ว สายตาจ้องมองไปที่มุมหนึ่งของลาน สีหน้าคร่ำเคร่ง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่“แม่นางไป๋ เจ้ามาจริงๆ หรือนี่” องครักษ์จินพลันมีสีหน้ายินดีเมื่อเห็นไป๋จื่อ ราวกับเห็นญาติที่ห่างหายกันไปหลายปีไป๋จื่อยิ้มถาม “พบข้าต้องดีใจถึงเพียงนี้เลยหรือเจ้าคะ พี่เมิ่งเป็นอย่างไรบ้าง”สีหน้าขององครักษ์จินมืดครึ้มลงในทันที “ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ข้าอยากไปหาเจ้านานแล้ว แต่คุณชายไม่ให้ข้าไป”“ไม่ค่อยดี? แค่บาดแผลภายนอกไม่ใช่หรือ” สายตาของนางชำเลืองไปทางหูเฟิงอย่างรวดเร็วหูเฟิงยกไหล่ “นั่นเขาเป็นคนพูดเอง ข้าไม่ได้หลอกเจ้า”องครักษ์จินรีบกล่าว “หูเฟิงไม่ได้พูดโกหก ตอนนั้นคุณชายเองก็คิดว่าเป็นแค่บาดแผลภายนอกจริงๆ ทว่าหลังจากท่านหมอดูแล้ว กลับกล่าวว่า…”“ว่าอะไรเจ้าคะ” สีหน้าของไป๋จื่อไม่สู้ดีในทันใดฝ่ายองครักษ์จินถอนใจเสียงหนึ่ง ขอบตาแดงก่ำ “ท่านหมอบอกว่าเอ็นข้อมือของคุณชายถูกกัดขาด รักษาไม่ได้”ไป๋จื่อหน้าถอดสีเล็กน้อย ก่อนจะขมวดคิ้วให้หูเฟิง เมิ่งหนานก็ใช่ว่าไม่ได้ฝึกวรยุทธ์ และคนที่ฝึกวรยุทธ์เช่นนี้ หากเอ็นข้อมือถูกกัดขาดก็นับว่าเป็นการจู่โจมถึงชีวิตนางไม่พูดอะไรอีก รีบสาวเท้าเดินเข้าไปในลาน ตรงเข้าไปในโถงด้านหน้า ทว่าด้านในโถงไม่มีใครอยู่ ส่วนประตูเล็กๆ ด้านขวามือที่ทะลุไปยังลานด้านหลัง บัดนี้ม่านลูกปัดที่แขวนอยู่บนนั้นกำลังสั่นไหวเบาๆองครักษ์จินกล่าว “แปลก เ