ิงๆ หรือ”ไป๋จื่อพยักหน้า “ใช่เจ้าค่ะ มันชื่อเสือหน้าผากขาวตาลอย ท่านชื่อของมันไว้ด้วยเจ้าค่ะ”เนื้อต้นขาของเมิ่งหนานกระตุกขึ้นมาบ้างอีกครั้ง เด็กสาวตรงหน้าเขาผู้นี้ ช่างไม่กลัวตายเสียจริงๆ!“จื่อยาโถว เสือตัวใหญ่ขนาดนั้น เจ้าไม่กลัวหรือ ยังกล้าโยนหินใส่มันอีก!”เด็กสาวยักไหล่ “แน่นอนกว่ากลัว เสือตัวใหญ่ขนาดนั้น เกรงว่าไม่มีใครไม่กลัวกระมัง แต่กลัวแล้วจะทำอย่างไรได้ ท่านหนีพ้นหรือ พวกเรามีสองขา แต่มันมีสี่ขา ในเมื่อหนีไม่พ้น ก็ทำได้เพียงต้องใช้มือช่วย แต่มือของข้าไม่มีความสามารถอะไร เพียงต้องรอจังหวะที่เหมาะสม ใช้กำลังของตัวเองที่มีทั้งหมด ตอนนั้นข้าไม่ได้คิดให้ดี ทำลงไปเช่นนั้นก็เพื่อปกป้องตนเอง” ปกป้องชีวิตของหูเฟิง ก็เท่ากับปกป้องชีวิตของตนเองด้วยองครักษ์จินแอบยกนิ้วโป้งให้นาง ทว่าเมิ่งหนานกลับทำหน้าเฉยๆ ไม่ได้ตอบอะไร และไม่ถามอะไรอีกไป๋จื่อย้อนถามว่า “ใต้เท้าเมิ่ง เหตุใดท่านถึงกลัวเสือเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ ทั้งยังกลัวจนสลบไปด้วย ข้าว่านี่ออกจะเกินจริงไปหน่อยกระมัง หากวันนี้หูเฟิงกับองครักษ์จินไม่อยู่ ท่านก็คงจะกลายเป็นอาหารกลางวันของเสือไปแล้ว”องครักษ์จินส่ายหน้าให้ไป๋จื่อ ส่งสัญญาณบอกนางว่าอย่าถาม แต่เด็กสาวไม่เห็น แม้กระทั่งกล่าวถามออกมารวดเดียวหากมีคนถามคำถามนี้ในอดีต เมิ่งหนานไม่มีทางตอบแน่นอน อย่างมากก็แค่หัวเราะและปล่อยผ่านไป ไม่มีทางอธิยายให้มากความเด็ดขาดแต่วันนี้เมิ่งหนานกลับ