หรือ พวกเรามีสองขา แต่มันมีสี่ขา ในเมื่อหนีไม่พ้น ก็ทำได้เพียงต้องใช้มือช่วย แต่มือของข้าไม่มีความสามารถอะไร เพียงต้องรอจังหวะที่เหมาะสม ใช้กำลังของตัวเองที่มีทั้งหมด ตอนนั้นข้าไม่ได้คิดให้ดี ทำลงไปเช่นนั้นก็เพื่อปกป้องตนเอง” ปกป้องชีวิตของหูเฟิง ก็เท่ากับปกป้องชีวิตของตนเองด้วย
องครักษ์จินแอบยกนิ้วโป้งให้นาง ทว่าเมิ่งหนานกลับทำหน้าเฉยๆ ไม่ได้ตอบอะไร และไม่ถามอะไรอีก
ไป๋จื่อย้อนถามว่า “ใต้เท้าเมิ่ง เหตุใดท่านถึงกลัวเสือเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ ทั้งยังกลัวจนสลบไปด้วย ข้าว่านี่ออกจะเกินจริงไปหน่อยกระมัง หากวันนี้หูเฟิงกับองครักษ์จินไม่อยู่ ท่านก็คงจะกลายเป็นอาหารกลางวันของเสือไปแล้ว”
องครักษ์จินส่ายหน้าให้ไป๋จื่อ ส่งสัญญาณบอกนางว่าอย่าถาม แต่เด็กสาวไม่เห็น แม้กระทั่งกล่าวถามออกมารวดเดียว
หากมีคนถามคำถามนี้ในอดีต เมิ่งหนานไม่มีทางตอบแน่นอน อย่างมากก็แค่หัวเราะและปล่อยผ่านไป ไม่มีทางอธิยายให้มากความเด็ดขาด
แต่วันนี้เมิ่งหนานกลับต้องการพูดออกมา
“ตอนที่ข้ายังเด็ก มีครั้งหนึ่งข้าแอบขี่ม้าไปเที่ยวเล่นกับพี่ชาย แต่ไม่รู้ว่าม้าตัวนั้นเป็นอะไรไป เมื่อออกจากประตูก็วิ่งคลั่ง วิ่งตลอดทางจนออกไปนอกเมือง กระทั่งวิ่งเข้าไปในป่าแห่งหนึ่ง ก่อนจะสะบัดพวกข้าสองพี่น้องลงจากตัวมัน ครั้นม้าวิ่งหนีไป ฟ้าก็ใกล้มืดแล้ว ข้ากับพี่ชายจึงหลงอยู่ในป่า”
“ตอนนั้นข้าอายุเพียงเจ็ดขวบ ยังไม่รู้ว่าความกลัวคืออะไร ได้เพียงแต่