จะต้องได้เป็นขุนนาง มีเพียงแต่เป็นเช่นนั้น เขาถึงจะหลุดออกจากชีวิตที่ยากจนจนทำให้ชีวิตแทบบ้าพรรค์นี้
ไป๋ต้าเป่าก็อยากจะปลีกตัวไป ทว่าจางซื่อผู้มีสายตาเฉียบแหลมกลับเรียกเขาไว้ “ต้าเป่า เจ้าจะไปไหน”
หลิวซื่อเห็นต้าเป่าทำสีหน้าเลิ่กลั่ก จึงรีบพูดช่วยบุตรชาย “ต้าเป่าจะไปที่ไหนแล้วเกี่ยวอะไรกับเจ้า เจ้าไม่มีลูกชายต้องดูแลหรือ เหตุใดต้องมายุ่งกับลูกของคนอื่นด้วย”
จางซื่อแค่นหัวเราะ “ข้าจะบอกเจ้าให้นะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าจะทำงานอะไร พวกเราสองบ้านต้องแบ่งกันทำอย่างยุติธรรม อย่าได้คิดว่าจะเป็นเหมือนเมื่อก่อน พวกเจ้าบ้านใหญ่ไม่ทำอะไรสักอย่าง ก็อย่าหวังว่าคนอื่นจะทำให้ อย่าได้คิดจะกินข้าวโดยไม่ทำอะไรเลย อีกอย่างนะ ใต้หล้านี้ไม่มีเรื่องง่ายๆ อย่างนั้นหรอก เมื่อก่อนมีจ้าวหลานเป็นวัวเป็นม้าให้ ยอมให้พวกเจ้าเรียกใช้ แต่ว่าตอนนี้ไม่มีจ้าวหลานแล้ว ในบ้านก็ไม่มีคนที่สามารถเรียกใช้ได้ตามใจชอบเช่นนั้นได้อีกเช่นกัน”
หลิวซื่อเท้าสะเอวเตรียมจะเปิดศึก แต่หญิงชรากลับดับไฟสงครามที่กำลังคุกรุ่นนี้ทิ้งเสีย “ขืนพวกเจ้าทะเลาะกันต่อไป วันนี้คงจะต้องหิวอีก มีเวลาก็ไปขุดผักป่ามาสักหม้อหนึ่ง อย่าเอาแต่ทะเลาะกัน ไปกันทั้งหมด ขอเพียงขยับได้ ก็ไปกันให้หมด”
เจ้าใหญ่รีบกล่าว “มือของข้าขยับไม่ได้ ข้าไปไม่ไหว”
ไป๋ต้าเป่าเอามือกุมท้อง ร้องโอดโอยว่าปวดท้อง ร้องไปพลาง วิ่งไปยังเพิงหญ้าคาไปพลาง
หลิวซื่อรีบไปยืนข้างๆ