ญญูอยู่ดี” เหอะ…ข้าไม่ใช่จ้าวหลานนะ ที่จะปล่อยให้พวกท่านรังแก แต่ไม่รู้จักตอบโต้“ดื้อด้านนัก นับว่ายิ่งไม่เชื่อฟัง ในสายตาของเจ้ายังเห็นข้าเป็นแม่สามีอยู่หรือไม่” หญิงชราขึ้นเสียง ดวงตาที่เต็มไปด้วยตีนกาถลึงมองจางซื่ออย่างดุดันจางซื่อถลึงตากลับไปอย่างไม่เกรงใจแม้สักนิด “หากในสายตาของท่านแม่เห็นข้าเป็นลูกสะใภ้ เช่นนั้นในสายตาของลูกสะใภ้ย่อมมีแม่สามีเช่นกัน”คำพูดนี้ของนาง พูดกับไม่พูดมีความแตกต่างอะไรกันไป๋ฟู่กุ้ยที่แต่ไหนแต่ไรขี้กลัวเบียดเข้ามาข้างหน้า แล้วกล่าวกับท่านย่าของตนว่า “ท่านย่า ท่านอย่าเอาแต่ว่าท่านแม่ของข้าเลย ตั้งแต่ท่านแม่ของข้ากลับมา นางก็ยุ่งตั้งแต่เช้ายันเย็น วิ่งวุ่นหัวหมุนเหมือนกับลูกข่าง งานในบ้านนางล้วนเป็นคนทำลำพัง แม้แต่เวลาจะหยุดมือยังไม่มี นี่เพิ่งผ่านมาสามวัน นางก็เหนื่อยจนผ่ายผอมแล้ว ท่านใจร้ายกับท่านแม่ของข้าเกินไปไม่ได้นะขอรับ”เบ้าตาของจางซื่อแดงเถือกเพราะความซาบซึ้ง วันนี้ไม่เพียงสามีที่มักจะฟังท่านแม่ของตนเสมอมายังอยู่ข้างนาง แม้แต่บุตรชายที่มีนิสัยขี้ขลาดก็พูดช่วยนางเช่นกัน นางรู้สึกว่าความลำบากในหลายวันมานี้ของตน ช่างไม่เสียเปล่าเลยจริงๆนิ้วมือของหญิงชราชี้ไปที่บ้านรองไม่ยอมหยุด นางโมโหจนริมฝีปากกระตุก “ดี ดีนัก พวกเจ้าทั้งบ้านล้วนดีนัก ทำให้ข้าโมโหเช่นนี้ คิดจะให้ข้าโมโหจนตาย พวกเจ้าจะได้เป็นเจ้าบ้านใช่หรือไม่”จางซื่อแค่นหัวเราะเบาๆ “ใครหวงแหนบ้านนี