วเสียแม้สักนิดเดียว สายตาของเขาสงบนิ่งเป็นพิเศษ ราวกับทุกอย่างอยู่ในการคาดการณ์ของเขาแล้ว
คนสกุลไป๋ยอมจ่ายเงินให้โดยดีสิแปลก เช่นนั้นจะแปลกนัก
ในสายตาของพวกเขา ไม่มีความว่าน่าเชื่อถือ ยิ่งไม่มีใครเข้าใจคำว่าศีลธรรมเลยสักคน
ในเมื่อพวกเขาไร้ศีลธรรม เช่นนั้นเหตุใดเขาต้องไว้หน้าด้วยเล่า
หมอลู่กล่าวว่า “ข้าคิดเอาไว้แล้วว่าเจ้าจะมาไม้นี้ สิ่งที่เจ้าเพิ่งฉีกไปเมื่อครู่ไม่ใช่หลักฐานที่แท้จริง แต่เป็นใบสั่งยาที่ใช้แล้วของข้า หนังสือยืมเงินที่ประทับรอยนิ้วมือของเจ้า ข้าไม่ได้นำมาด้วยซ้ำ”
หญิงชราตะลึงงัน จากนั้นก็หัวเราะขึ้นมา “เจ้าอย่ามาหลอกข้าเลย ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก เมื่อครู่นี้เป็นหนังสือยืมเงินที่ครั้งก่อนข้าประทับรอยนิ้วมือชัดๆ มันเป็นของจริง แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่มีแล้ว” บนใบหน้าของนางมีแต่รอยยิ้ม ในแววตาปรากฏความลำพองใจ
หมอลู่ส่ายหน้า “เชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่เจ้า ในเมื่อเจ้าตั้งใจจะเบี้ยวหนี้ เช่นนั้นข้าก็ไม่จำเป็นต้องเห็นแก่ความเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันแล้ว หกตำลึงเงินที่เจ้าติดข้าแล้วไม่ยอมคืน เรื่องนี้จะต้องมีคนจัดการ แต่ข้าว่าไม่จำเป็นต้องไปที่ว่าการอำเภอเช่นกัน เพราะวันนี้ใต้เท้าเมิ่งมาที่หมู่บ้านของพวกเรา ข้าขอให้เขาตัดสินคดีนี้โดยตรงก็พอ”
สตรีสูงวัยสกุลไป๋ตะลึงลาน “หกตำลึงเงิน? เมื่อครู่เจ้าพูดว่าสี่ตำลึงไม่ใช่หรือ เหตุใดกลายเป็นหกตำลึงแล้วเล่า”
หมอลู่แค่นหัวเราะ “ความจริงแล้วตอนท