าสำคัญเป็นอันดับแรก คิดเพื่อเขา จนไม่รู้เลยว่าเขาควรตอบแทนอย่างไร
นางกล่าวกับหูจ่างหลินว่า “ท่านลุงหู คำถามเช่นเดียวกันนี้ ข้าก็เคยถามหูเฟิงเช่นกัน ข้าถามเขาว่าหากเขาจำได้ว่าตนเองเป็นใคร จำได้ว่าบ้านเกิดของตนเองอยู่ที่ไหน จำได้ว่าครอบครัวของตนอยู่ที่ใด เขาจะไปหรือไม่”
หูจ่างหลินเงยหน้าโดยพลัน จับจ้องดวงตาของไป๋จื่อเขม็ง “แล้ว…เขาพูดว่าอย่างไร”
ไป๋จื่อกล่าวชัดเจน “เขาพูดว่าเขาจะไปเจ้าค่ะ แต่ท่านจะเป็นท่านพ่อของเขาตลอดไป ที่ใดที่มีเขา ย่อมต้องมีท่าน”
ครั้นกล่าวจบ เบ้าตาของหูจ่างหลินก็มีน้ำตาร้อนผ่าวเอ่อออกมา สีหน้าของเขาในตอนนี้ไม่รู้ว่าร้องไห้หรือยิ้มอยู่กันแน่ “หูเฟิงเขา…พูดเช่นนั้นจริงหรือ”
“ไม่ขาดไปแม้แต่คำเดียว ข้าเชื่อเขา เขาไม่ใช่คนที่จะลืมบุญคุณคนเจ้าค่ะ” ไป๋จื่อพยักหน้า
หูจ่างหลินก็พยักหน้าเช่นกัน ก่อนจะดึงแขนเสื้อไปเช็ดน้ำตาที่หางตา “เขามีความคิดเช่นนนั้นก็ดีแล้ว ดีจริงๆ”
สิ่งที่เสียไปสามปีนี้ ราวกับได้รับการตอบแทนแล้ว เขายินดีอย่างยิ่ง
ปกติหูเฟิงไม่ชอบพูดจา ทั้งวันเอาแต่ทำหน้าบึ้ง ยิ่งไม่กล่าววาจาเอาอกเอาใจกับเขา คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าคำพูดเช่นนี้จะออกมาจากปากของหูเฟิง
แม้จะมีประตูกั้น แต่เสียงพูดข้างนอกกลับดังเข้าไปในหูของเขาทุกคำ คุณธรรมของหูจ่างหลิน ความเอาใจใส่ของไป๋จื่อ ล้วนสัมผัสไปถึงหัวใจของเขา ห้องหัวใจที่แข็งกร้าวราวกับหินผา พริบตานี้ถูกฉีกออกเป็นทาง และมีบางอย่างเ