กินข้าวเช้ากันแล้วหรือยัง”เด็กสาวส่ายหน้า “ยังเลยเจ้าค่ะ”เมิ่งหนานพลันมีสีหน้ายินดี “เช่นนั้นก็ดีเลย ข้าก็ยังไม่ได้กินเหมือนกัน กินด้วยกันดีหรือไม่”แม้จะเป็นประโยคคำถาม แต่เขาไม่ได้รอให้ไป๋จื่ออนุญาต และเข้าไปในลานบ้านด้วยตนเอง องครักษ์จินก็สาวเท้ายาวๆ ตามไป ด้วยกลัวว่าหากช้าไปเพียงก้าวเดียว อาหารรสเลิศในเรือนจะหมดไปเช่นกันไป๋จื่อตามหลังพวกเขาสองคนไป ใบหน้าจนใจนัก “ข้าวเช้าก็ไม่มีอะไรน่ากินนะเจ้าคะ แค่โจ๊กขาวคู่กับผักเคียงเท่านั้น”ตั้งแต่เมิ่งหนานกินอาหารฝีมือไป๋จื่อในคราวนั้น สองวันนี้เขาก็กินอะไรในศาลาว่าการไม่ลง คิดแต่จะมากินอีกครั้ง ไม่เช่นนั้นวันนี้แค่มาส่งรถม้า เขาก็ไม่จำเป็นต้องมาส่งด้วยตนเองหรอกครั้นเมิ่งหนานเข้าเรือน หูเฟิงก็เข้ามาจากลานด้านหลังพอดี หลังจากพบหน้ากันแล้วก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งตัวไปที่หน้าโต๊ะด้วยความเร็วราวกับบินอย่างพร้อมเพรียงบนโต๊ะมีโจ๊กวางอยู่สองถ้วย ทั้งสองคนแย่งกันถ้วยหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่องครักษ์จินช้ากว่าก้าวหนึ่ง ทำได้เพียงมอง รอลุงหูไปตักมาอีกสีหน้าของหูเฟิงไม่พอใจนัก “ศาลาว่าการไม่มีข้าวหรือ”เมิ่งหนานหัวเราะฮ่าๆ “ในเมื่อมาแล้ว ไหนเลยจะท้องว่างกลับไปได้”หูเฟิงใช้ตะเกียบคีบเส้นแตงดินเปรี้ยวเผ็ดมาใส่ในถ้วย รสชาติเปรี้ยวสดชื่นทำให้อยากอาหารยิ่งนัก โจ๊กขาวก็ต้มได้ดีมาก หอมและนุ่มอย่างยิ่ง ทั้งยังมีรสหวานอ่อนๆ อีกด้วย ไม่รู้ว่าดีกว่าโจ๊กที่เขาเคยกินก่