งปลายหอกเข้ามาอีก นางจึงไม่อดกลั้นอีกต่อไป พูดเสียงดังในทันที “ข้าว่านะสะใภ้ใหญ่ ไหนๆ เจ้าก็พูดเช่นนี้ออกมาแล้ว ให้เจินจูไปขุดผักป่าอย่างนั้นรึ เหตุใดเจ้าไม่ให้ลูกรักของเจ้าไปบ้างเล่า”
หลิวซื่อผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ เท้าสะเอวต่อว่าอีกฝ่ายโดยพลัน “ข้าให้เจินจูไปแล้วอย่างไร นางเป็นสตรี เรื่องพรรค์นี้นางต่างหากควรไปทำ ก่อนหน้านี้ไป๋จื่อก็เป็นคนทำงานขุดผักป่าไม่ใช่หรือ ตอนเจินจูกลับมาก็บอกไปแล้ว สิ่งที่ไป๋จื่อทำได้ นางก็ต้องทำได้เช่นกัน ทำไม เวลาเพียงสองวันก็ลืมแล้ว”
จางซื่อยิ้มเย็น “พูดจาสวยหรูจริงนะ สะใภ้ใหญ่ หากทำตามที่เจ้าพูด งานในนาน้ำและที่ดินที่จ้าวหลานเป็นคนทำทั้งหมดก่อนหน้านี้ จ้าวหลานก็เป็นสตรีเช่นกัน พูดเช่นนี้แล้ว ต่อไปงานเหล่านี้เจ้าก็คิดจะรับช่วงต่อด้วยสินะ”
“นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งกระมัง อีกอย่าง ข้าเป็นสตรี แล้วเจ้าไม่ใช่หรือ? หากข้ารับช่วงต่อ จะขาดเจ้าได้อย่างไร” หลิวซื่อกล่าวเสียงแข็ง
“สะใภ้ใหญ่ ข้าว่าเจ้ากล้าพูด ก็ต้องกล้าลงที่ดินและที่นาด้วย ข้าจางซูเหมยไม่มีอะไรไม่กล้าอยู่แล้ว แต่หากเจ้าไม่ทำงาน ก็อย่าฝากความหวังไว้ที่ข้า ข้าไม่ใช่จ้าวหลาน เจินจูของข้าก็ไม่ใช่ไป๋จื่อ เจ้าอย่าได้คิดใช้ลูกไม้เดิมจัดการพวกข้า ข้าไม่มีทางติดกับของเจ้าแน่” จางซื่อกล่าว
คราวนี้เจ้าใหญ่เข้ามาจากด้านนอก แขนยังห้อยอยู่ แม้จะไม่เจ็บเท่าไรแล้ว แต่ก็ไม่กล้าขยับตามใจชอบ ด้วยกลัวว่าจะเกิดผลกระทบอะไ