้น หนึ่งวันขึ้นราคาหนึ่ง ทุกคนรู้ดีอยู่แก่ใจทั้งนั้นคนที่ฐานะค่อนข้างดีมองการณ์ไกล เก็บเสบียงอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว คนที่รีบมาซื้อข้าวตอนนี้ ปกติล้วนหวังว่าจะโชคดี หวังว่าปีนี้จะไม่มีน้ำท่วมทว่าเหตุผลที่สำคัญที่สุดก็คือความยากจน ไม่มีเงินเหลือสำหรับเก็บเสบียงอาหารเมื่อถึงคราวของไป๋จื่อ เถ้าแก่ผู้นั้นถามว่า “ต้องการเท่าไร” เขานำข้าวมาถังหนึ่งแล้ว แม่นางน้อยเช่นนี้ อย่างมากก็ซื้อเพียงหนึ่งหรือสองถัง ไม่น่ามากไปกว่านั้นไป๋จื่อยิ้มกริ่ม “เถ้าแก่ ข้าต้องการสิบตั้น คิดราคาให้ข้าถูกหน่อยได้หรือไม่”เถ้าแก่ตะลึงไปเล็กน้อย คราวนี้ถึงได้มองเด็กสาวเบื้องหน้าตรงๆ นางทั้งผอมและบอบบาง ผมแห้งกรอบ เป็นเด็กสาวที่ยากจนตามแบบฉบับ แม้จะสวมเสื้อผ้าใหม่เอี่ยม แต่ก็ไม่มีเหมือนลูกผู้ดีมีเงิน“เจ้ารู้หรือไม่ ว่าสิบตั้นคิดเป็นเงินเท่าไร” เถ้าแก่ถามเด็กสาวพยักหน้า “แน่นอนว่ารู้เจ้าค่ะ หนึ่งตำลึงเงินได้สามตั้น สิบตั้นก็เท่ากับสามตำลึงกับอีกสามเฉียน สู้คิดราคาข้ากลมๆ สามตำลึงเงินสำหรับสิบตั้น เป็นอย่างไรเจ้าคะ?”เถ้าแก่ขายข้าวมาค่อนวัน ทั้งหมดขายไปเพียงหกถึงเจ็ดตั้น นางมาก็ต้องการสิบตั้นแล้ว ฉางข้าวหายไปครึ่งหนึ่ง เขาสะดวกสบาย ได้กำไรน้อยหน่อยไม่เป็นไร เขาจึงยิ้มว่า “แน่นอนว่าได้ แต่เจ้าจะค้างบัญชีกับข้าที่นี่ไม่ได้ เจ้านำเงินมาด้วยหรือไม่”ไป๋จื่อนำกระเป๋าเงินออกมา ก่อนจะหยิบสี่ตำลึงเงินจากข้างในใส่ในมือของเถ้าแก่