ประสบภัยมา ฝ่ายราชการจะจัดการได้หรือ? ต้องดูแลเรื่องอาหารและที่อยู่อาศัย ถูกต้องหรือไม่? คนน้อยยังพูดง่าย ถ้าหากคนเยอะขึ้นมาเล่า? เช่นนั้นราคาข้าว แป้ง และผักในเมืองของพวกเราไม่ต้องขึ้นตามน้ำหรือ?”
เด็กสาวเข้าใจในทันที “ที่แท้ทุกคนก็รีบร้อนกักตุนเสบียงนี่เอง!”
เจ้าของแผงถอนใจเสียงหนึ่ง “ไม่พูดแล้ว ข้าก็ต้องไปซื้อเสบียงอาหารเหมือนกัน วันนี้ขายเนื้อไปจนเกลี้ยง ได้ยินว่าราคาข้าวเพิ่มเป็นเท่าตัวแล้ว ขืนไปช้า เกรงว่าอยากซื้อก็ซื้อไม่ได้”
ครั้นเห็นเจ้าของแผงถือของไป หูเฟิงก็รีบดึงแขนเสื้อของไป๋จื่อ “พวกเราต้องไปซื้อหรือไม่”
ไป๋จื่อพยักหน้า “แน่นอน ทำตามนั้น ผ่านไปไม่นานนัก ราคาข้าวยังขึ้นขนาดนี้ วันนี้พวกเรานับว่าบังเอิญยิ่ง”
ด้านนอกร้านขายเสีบงอาหารมีคนต่อแถวยาวเหยียด ได้ยินเสียงคนกำลังบ่นไม่ขาดสาย ปกติหนึ่งตำลึงเงินก็สามารถซื้อข้าวสารได้ห้าตั้น[2] แต่วันนี้กลับซื้อได้เพียงสามตั้นเท่านั้น
เถ้าแก่ขายข้าวผู้นั้นตะโกนว่า “พวกเจ้าอย่าร้องตะโกนกันเลย พรุ่งนี้ค่อยมาดู ดูว่าหนึ่งตำลึงเงินของพวกเจ้าจะซื้อข้าวสามตั้นได้หรือไม่”
ทุกคนทำได้แค่บ่น หากควรซื้ออย่างไรก็ต้องซื้อ อุทกภัยจากทางใต้ไม่ได้มาแค่ครั้งหรือสองครั้ง ทุกคนล้วนมีผู้ประสบภัยมา ราคาเสบียงอาหารของที่นี่กก็จะขึ้นเป็นเท่าตัวเหมือนกับน้ำขึ้น หนึ่งวันขึ้นราคาหนึ่ง ทุกคนรู้ดีอยู่แก่ใจทั้งนั้น
คนที่ฐานะค่อนข้างดีมองการณ์ไกล เก็บเสบียงอาหาร