็บแปลบขึ้นมารางๆ
ครั้นเห็นสีหน้าของจ้าวหลานเปลี่ยนไป หญิงชราก็ถือโอกาสตีเหล็กตอนที่ยังร้อน “หลานเอ๋อร์ ก่อนหน้านี้แม่เองที่ไม่ดี ทำผิดต่อเจ้าและจื่อเอ๋อร์ วันหน้าจะไม่มีอีกแล้ว ข้าคิดทบทวนดีแล้ว หลายปีมานี้เจ้าได้รับความลำบากมากมายเมื่ออยู่ที่บ้าน ถึงแม้ตอนนี้จะทำงานหนักไม่ได้แล้ว ก็ให้พวกข้าสกุลไป๋ดูแลเจ้าเถอะ สกุลไป๋ต่างหากถึงจะเป็นครอบครัวของเจ้า”
ความเจ็บปวดในแววตาของจ้าวหลานค่อยๆ หายไป ส่วนใบหน้าที่ชวนสะอิดสะเอียนของหญิงชราเบื้องหน้า นางไม่อยากเห็นอีกแม้แต่วินาทีเดียว
“คำพูดเหล่านี้ หากท่านพูดกับข้าก่อนจะแยกบ้าน ก็อาจจะยังพอมีประโยชน์ แต่มาพูดเอาป่านนี้ มันไม่สายไปหน่อยหรือ?”
หลิวซื่อรีบพูดเสริม “จะสายไปได้อย่างไร? นี่เพิ่งผ่านมาไม่กี่วันเอง ไม่สายไปเลยสักนิด วันนั้นพอพวกเจ้าไป ข้ากับท่านแม่ก็รู้สึกเสียใจนัก ตอนนี้อยากจะมาหาพวกเจ้า แต่ในบ้านก็เละเทะพอดี…ถึงตอนนี้ยังเก็บกวาดไม่เสร็จเลย ถึงได้ช้าไปสองวันเช่นนี้”
จ้าวหลานตาสว่างเพราะคำพูดของนางคงจะแปลกน่าดู
“จริงหรือ? ข้าว่าตอนที่พวกเจ้ามาก่อเรื่องเมื่อวาน ก็ไม่เหมือนมีธุระจนต้องล่าช้านะ เป็นอย่างไร? โบยสิบไม้บนบั้นท้ายนั่น ตอนนี้หายแล้วหรือ? หรือพวกเจ้าความจำเสื่อมเหมือนกับหูเฟิง ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานเหล่านั้นไปแล้ว?”
แม้จะหน้าหนาอย่างหลิวซื่อและหญิงชรา ก็หน้าแดงขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่
หญิงชราหัวเราะแห้งๆ “ล้วนเป็นเรื่องที่ผ