ม่ใช่ศาลาว่าการ ทั้งยังไม่ใช่จวนสกุลเมิ่ง แม้ในใจของเขาจะรู้สึกโมโห แต่ไม่อาจระบายอารมณ์ได้ตามใจ ทำได้เพียงมองหูเฟิงยกน้ำแกงข้าวโพดและกระดูกหมูเต็มถ้วย เดินกร่างออกไป
หูเฟิงยกน้ำแกงมายังด้านข้างโต๊ะในโถง ก่อนจะนั่งลงทางด้านขวาของเมิ่งหนาน ด้านประชิดของโต๊ะทรงสี่เหลี่ยม
เมิ่งหนานกวาดสายตามองเขาครั้งหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปปลดผ้าปิดบังใบหน้า เผยให้เห็นใบหน้าที่เน่าเปื่อยเป็นส่วนใหญ่ของเขา
ท่าทางยกช้อนซดน้ำแกงของหูเฟิงชะงักไปในทันที เขาเลื่อนสายตาขึ้นมองเมิ่งหนาน แล้วลุกขึ้นยกชามลงจากโต๊ะ หาเก้าอี้นั่งตรงหน้าประตูโถงในทันที
“หูเฟิง เจ้าหมายความว่าอย่างไร เหตุใดไม่ร่วมโต๊ะกับข้า” เมิ่งหนานถลึงตาใส่เขา
หูเฟิงไม่มองเขา เพียงพูดออกมาคำเดียวอย่างเฉยชา “เหม็น!”
เมิ่งหนานพลันพูดไม่ออก เขารู้ว่าเหม็น แต่คิดไม่ถึงเลยว่าหูเฟิงจะพูดโพล่งออกมาตรงๆ เช่นนี้ ทั้งยังไม่มองหน้าเขา รวมถึงท่าทางหลีกลี้ด้วยความหวาดกลัวนั้นอีก ช่าง ช่าง…น่าขายหน้าเสียเหลือเกิน
แต่ไม่นานเขาก็ลืมบทแทรกที่น่าอึดอัดนี้ไป
เพราะน้ำแกงซี่โครงหมูตุ๋นข้าวโพดมีรสชาติดีจริงๆ ตัวน้ำแกงคล่องคอนัก เมื่อกินแล้วมีรสชาติอันเรียบง่ายของข้าวโพดและความสดใหม่ของซี่โครงหมู ในน้ำแกงไม่ได้ใส่สิ่งอื่นใดอีก ยาบำรุงมีชื่อและล้ำค่าที่เขาดื่มเป็นปกติล้วนสู้ไม่ได้ ทว่ารสชาติกลับยอดเยี่ยมเช่นนี้ นับเป็นน้ำแกงที่อร่อยที่สุดที่เขาเคยกิน เรียบง่าย จริงแท้ เป