ยิบเงินหกก้อนวางไว้ด้านในทีละก้อน
กล่องนี้เล็กเกินไป วางเงินลงไปสี่ก้อนก็เต็มแล้ว ใส่ลงไปไม่ได้อีก
“ใต้เท้า ใส่ได้เพียงยี่สิบตำลึงเท่านั้น ใส่ไม่ลงแล้วขอรับ” องครักษ์จินกล่าว
คราวนี้หญิงชราถึงได้เข้าใจ ใต้เท้าเมิ่งให้คนใส่เงินลงไปด้านใน ไม่ใช่เพราะต้องการให้เงินนาง…
เมิ่งหนานหัวเราะเสียงเย็น “หีบเงินใบนี้ ใส่เงินได้มากที่สุดยี่สิบตำลึง แล้วเจ้าจะทำเงินสามสิบตำลึงหายได้อย่างไร”
“ข้า เอ่อ อาจจะเป็นข้าที่จำผิด ดูเหมือนจะหายไปยี่สิบตำลึง” หญิงชราหวาดกลัวนัก วาจาที่แต่ไหนแต่ไรคล่องปรื๋อ บัดนี้กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นแล้ว
“หลักฐานวางอยู่ตรงหน้าแล้ว เจ้ากลับไม่ยอมพูดความจริง ดูท่าทางจะไต่สวนอะไรที่นี่ไม่ได้แล้ว เด็กๆ นำพวกคนสกุลไป๋กลับไปที่ศาลาว่าการทั้งหมด ข้าต้องการไต่สวนอย่างละเอียด ข้าอยากดูนักว่าแท้จริงแล้วเงินหายไปเท่าไรกันแน่”
เมื่อหลิวซื่อได้ยินดังนั้น นางก็ร้อนใจจนหน้าซีด รีบดึงแม่สามไว้ พลางกล่าวว่า “ท่านแม่ ข้าไม่อยากเข้าคุก ข้าไม่อยากไป เสี่ยวเฟิงยิ่งไปไม่ได้ ต่อไปเขาต้องทำงานราชการนะเจ้าคะ!”
หญิงชราจะไม่รู้ได้อย่างไร นางร้อนใจเป็นอย่างยิ่งเช่นกัน ครั้นเห็นเจ้าหน้าที่ผู้นั้นหยิบกุญแจมือออกมา เตรียมจะจับคนแล้ว นางก็รีบคุกเข่าพลางเดินไปข้างหน้าหลายก้าว กระแทกหัวกับพื้นต่อหน้าเมิ่งหนาน “ใต้เท้า ข้าสำนึกผิดแล้ว ข้าสำนึกผิดแล้ว”
เมิ่งหนานยกมือขึ้น เป็นการบอกให้เจ้าหน้าที่หยุด “เจ้าสำ