้องอย่างเอาเป็นเอาตาย “ใต้เท้า ข้าอายุมากแล้ว หากตียี่สิบไม้นี้ เกรงว่าจะรักษาชีวิตไม่ได้ ใต้เท้าโปรดเมตตาด้วย!”เมิ่งหนานกวาดสายตามองคนสกุลไป๋ที่กำลังมีสีหน้าหวาดกลัว เขาเลิกคิ้วสูง “จะว่าไปแล้วก็ใช่ อายุของเจ้านี้ กระดูกกระเดี้ยวคงจะรับยี่สิบไม้นี้ไม่ไหว ก็ได้ เช่นนั้นข้าจะให้โอกาสเจ้าสักครั้ง ขอเพียงพวกเจ้าสกุลไป๋มีใครสักคนยอมรับแทนเจ้าสักสิบไม้ เจ้าก็จะได้ลดโทษลงสิบไม้ เป็นอย่างไร”หญิงชรารีบพยักหน้า ลดลงได้สิบไม้ก็ดีแล้วนางหันไปมองบุตรชายทั้งสองคน เจ้าใหญ่หันหน้าไปมองทางอื่นในทันที ทำเป็นว่าไม่เห็นสายตาของมารดาเจ้ารองเห็นดังนั้น พลันกล่าวในใจว่า ‘ประโยชน์ใดในบ้านล้วนตกมาไม่ถึงข้า ตอนนี้ต้องการคนรับโบยแทนถึงจะคิดถึงข้าหรือ’เขาก็หันหน้าไปมองทางอื่นเช่นกัน ไป๋ต้าเป่าหลบไปอยู่ด้านหลังของหลิวซื่อทันที แม้ไป๋เสี่ยวเฟิงจะไม่ได้ขยับตัว แต่ก็ไม่คิดจะเอ่ยปาก ส่วนไป๋ฟู่กุ้ยกลับรู้สึกอดทนรนไม่ไหว ครั้นคิดจะเอ่ยปาก บิดาของเขากลับถลึงตาใส่ ไม่อนุญาตให้พูดจาหญิงชรารู้สึกร้อนใจอยู่บ้าง สายตาตกไปอยู่ที่ตัวของหลิวซื่อ “กว้าหัว เจ้าช่วยแม่สักสิบไม้นะ เจ้ายังสาว ต้องรับได้แน่”หลิวซื่อคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าแม่สามีจะเอ่ยปาก เป็นสตรีด้วยกัน นางก็อยากจะพูดนัก บุตรชายของตนเป็นแก้วตาดวงใจ แต่บุตรสาวของคนอื่นเป็นชิ้นเนื้อที่เน่าเปื่อยหรือนางกล่าวพร้อมใบหน้าซีดขาว “ท่านแม่ ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากช่วยท่าน แต่ท่านก็