ี่แท้จริงของเขาเลย กลับถูกดวงตาคู่นั้นดึงดูดเสียแล้ว
นางคำนับต่อเขา แล้วกล่าวว่า “ใต้เท้า ข้าเป็นคนจากหมู่บ้านหวงถัว มีคนในหมู่บ้านใส่ร้ายว่าข้าและแม่ของข้าขโมยเงินของบ้านพวกเขาไปสามสิบตำลึง ข้าได้รับความไม่เป็นธรรม จึงตั้งใจมาขอให้ใต้เท้าช่วยลบล้างความคับแค้นแทนข้าด้วยเจ้าค่ะ”
บุรุษผู้นั้นวางพู่กันในมือลง “พวกเขาบอกว่าเจ้าขโมยเงิน มีหลักฐานหรือไม่”
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่มีหลักฐานเจ้าค่ะ คำกล่าวนั้นเหลวไหลทั้งเพ ข้าขอโต้แย้งคำใส่ร้ายนั้น และยิ่งไม่อาจรับชื่อเสียว่าเป็นหัวขโมยได้ ด้วยความจนใจ ข้าจึงมาร้องขอความเป็นธรรมที่ศาลาว่าการ โปรดใต้เท้าตัดสินอย่างเป็นธรรมด้วย”
เขาผู้นั้นพยักหน้า ก่อนจะถามอีกว่า “เจ้าบอกว่าหมู่บ้านหวงถัวหรือ ห่างจากศาลาว่าการแห่งนี้มากใช่หรือไม่”
เด็กสาวพยักหน้า “ห่างออกไปสามสิบลี้เจ้าค่ะ”
จากนั้นเขาก็พยักหน้าอีก แล้วผุดกายลุกขึ้น สุดท้ายก็ยืดเส้นยืดสายต่อหน้าไป๋จื่อ “เอาล่ะ ไม่ได้ออกจากที่นี่นานมากแล้ว ออกไปเดินสักหน่อยก็ดี”
เมื่อองครักษ์จินได้ยินเช่นนี้ เขาก็แย้งขึ้นมาทันที “คุณชาย บาดแผลของท่านไม่อาจต้องลม ท่านส่งคนไปพาคนกลับมาที่ศาลาว่าการก็ได้ เหตุใดต้องไปด้วยตนเองด้วย”
บุรุษผู้นั้นแบมือ “ข้าเป็นคน ไม่ใช่สิ่งของ และข้าไม่ได้เห็นดวงตะวันมานานเท่าไรแล้ว ควรจะออกไปยืดเส้นยืดสายบ้างสิ”
องครักษ์ขวางหน้าอีกฝ่ายอย่างดื้อรั้น “คุณชาย ท่านไม่อาจกระทำตามใจเช่นนี้ได้