คงจับความหวาดหวั่นสายหนึ่งได้จากในแววตาของเขา
เหตุใดถึงกลัว ใต้เท้าตัดสินคดีผู้นี้น่ากลัวถึงเพียงนั้นเลยหรือ
นางตามหลังองครักษ์จินมาถึงหน้าเรือนที่ปิดประตูไว้อยู่ องครักษ์จินยื่นมือไปเปิดประตู ก่อนจะมีกลิ่นควันหอมเข้มข้นสายหนึ่งลอยมาเตะจมูก หอมจนฉุน ทว่าในนั้นก็มีกลิ่นที่ไม่ธรรมดาแฝงอยู่ด้วย
คนที่อยู่ข้างๆ ดมไม่ออก ทว่าไป๋จื่อไม่ใช่คนทั่วไป นางเป็นหมอมีชื่อเสียงระดับสุดยอดในศตวรรษที่ยี่สิบสาม เชี่ยวชาญทั้งวิชาแพทย์แผนจีนและแพทย์แผนปัจจุบัน นางได้กลิ่นนี้ครั้งเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นอะไร
เมื่อก้าวเข้าไปด้านใน สุดปลายทางที่นางเห็นเป็นโต๊ะตัวเตี้ยและยาวตัวหนึ่ง บนนั้นวางตำราและม้วนภาพไว้มากมาย ทั้งยังวางสี่สิ่งล้ำค่าในห้องหนังสือไว้อย่างครบครัน ไปจนถึงมือเรียวและขาวสองข้าง
มือทั้งสองข้างนั้นกำลังเขียนหนังสือ หรืออาจจะกำลังวาดภาพอยู่
เขาเป็นบุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง ปิดบังใบหน้าไว้ด้วยผ้า จึงมองไม่ชัดนัก เผยให้เห็นเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่จดจ่ออยู่ใต้พู่กัน ดวงตาของเขางดงามนัก คิ้วโก่งเข้ากับดวงตาราวกับหงส์ ขนตาสีดำยาว โดยเฉพาะไฝดำเม็ดหนึ่งตรงหว่างคิ้ว ผู้ใดพบเห็นเป็นอันต้องตกตะลึง
ราวกับเขารู้สึกว่ามีคนกำลังจ้องมอง เขาหยุดพู่กันในมือลง แล้วช้อนสายตามองผู้มาเยือน
คิ้วโก่งเลิกขึ้นเล็กน้อย แววตาเฉยชายิ่ง “ร้องเรียนรึ”
คราวนี้ไป๋จื่อถึงตื่นจากภวังค์ นางลอบต่อว่าตนเองว่าใช้ไม่ได้ ยังไม่ทันได้เห็นใบหน้าท