านั้นหากจะกล่าวโทษ ก็ต้องโทษที่นางเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่อง ปกป้องบุตรสาวไม่ได้ ยิ่งไม่อาจให้เด็กสาวได้มีชีวิตที่ดี ทำได้เพียงมองนางทุกข์ยากเท่านั้นสำหรับไป๋จื่อแล้ว จ้าวหลานกับลุงหูปักใจเชื่อและไม่สงสัยแล้ว ทว่าอีกคนหนึ่งเป็นข้อยกเว้นหูเฟิงไม่เชื่อ!แม้ที่เด็กสาวผู้นี้พูดจะมีต้นสายปลายเหตุ ทว่าเขารู้ว่าเด็กสาวคนนี้กำลังพูดโกหกเหมือนกับที่นางไม่เคยเรียนวิชาหมอ ทว่ากลับรู้วิชาหมอนางไม่เคยเข้าโรงเรียน ทว่ารู้จักหนังสือแม้นางจะอายุยังน้อย แต่กลับฉลาดเฉลียวเกินคน ดูเหมือนไร้เดียงสา ทว่าความจริงแล้วความไร้เดียงสาเช่นนี้ เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งที่นางใช้ปกป้องตนเองเท่านั้นยังอายุน้อยอยู่แท้ๆ ก็แผนสูงเช่นนี้แล้ว ทำให้เขาต้องตัดสินใจมองนางใหม่ยิ่งชายหนุ่มรู้สึกว่านางแตกต่างจากคนอื่น ก็ยิ่งอยากมองนางอย่างละเอียด ทว่ายิ่งมองนางอย่างละเอียด ก็ยิ่งมองนางไม่ออกหูเฟิงผุดลุกขึ้น กล่าวกับลุงหูว่า “ข้าจะไปให้หญ้าวัวสักหน่อย พวกท่านเตรียมตัวแล้วกัน อีกเดี๋ยวจะออกเดินทางแล้ว” ครั้นหมุนกายไป มุมปากของเขายกยิ้มจางๆ ต้องมีสักวันที่เขาฉีกหน้ากากของเด็กสาวผู้นี้ด้วยตนเอง ภายใต้หน้ากากนั้นซ่อนอะไรไว้ แท้จริงแล้วเป็นคนอย่างไรกันแน่เมื่อขึ้นไปนั่งบนรถเทียมม้า พวกเขาคล้ายกับครอบครัวสี่คนจริงๆ สีหน้าผ่อนคล้าย เข้าไปในเมืองพร้อมเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะหลิวซื่อที่กำลังซักผ้าอยู่ริมแม่น้ำเห็นเข้าพอดี นางพลันยืดเอวข