ด้ทุกเมื่อ”
เด็กสาวคิดดูแล้ว ก็หยิบก้อนเงินหนักสองตำลึงออกมาจากในถุงผ้าก้อนหนึ่ง “พรุ่งนี้ข้ากับท่านแม่จะไปในเมืองสักหน่อย ซื้อเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนซักสักสองชุด ตอนนี้จะนำเงินไปก่อน พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องรีบร้อนไปเอาจากท่านตั้งแต่เช้า”
จ้าวหลานรีบกล่าว “ข้ามีเสื้อผ้าใส่ ไม่ต้องซื้อให้ข้า เจ้าซื้อให้ตัวเองสองชุดก็พอแล้ว”
เมื่อก่อนไป๋จื่อเคยได้ยินคำพูดเช่นนี้จากในโทรทัศน์ และเพื่อนร่วมห้องที่ดูโทรทัศน์กับนางพูดเท่านั้น พ่อแม่ในใต้หล้าล้วนเป็นเหมือนกัน ของอร่อยใดตนเองล้วนตัดใจได้ เก็บไว้ให้บุตรทั้งหมดสิ้น
ตอนนั้นนางได้ยินแล้วปวดใจนัก อยากจะบอกเพื่อนร่วมห้องอย่างยิ่งว่า ใช่ว่าพ่อแม่ในใต้หล้าจะเป็นเหมือนกันหมด เพียงแต่นางโชคดีนัก ที่ได้เจอพ่อแม่ที่แสนดี ส่วนไป๋จื่อกลับไม่มี ไม่มีอะไรทั้งนั้น
บัดนี้ไม่เหมือนกับแต่ก่อนแล้ว ไป๋จื่อมีแม่ที่แสนดีคนหนึ่งแล้ว แม่ที่รักและเอ็นดูนางจากใจจริง
ไป๋จื่อกลืนความรู้สึกอยากร้องไห้ที่เอ่อขึ้นมา ก่อนจะกล่าวพร้อมขอบตาแดง “ท่านแม่ เสื้อผ้าของท่านขาดจนมีสภาพเป็นเช่นไรแล้ว ควรจะเปลี่ยนตั้งนานแล้วเจ้าค่ะ ก่อนหน้านี้พวกเราไม่มีเงิน จะพูดอะไรก็ไม่ได้ ทว่าตอนนี้มีเงินแล้ว เหตุใดต้องทำให้ตนเองอดสูด้วยเล่า”
“ต่อไปยังต้องใช้เงินอีกมาก ประหยัดได้ย่อมต้องประหยัด ข้าอายุปูนนี้แล้ว ใส่อะไรก็เหมือนกันทั้งนั้น ไม่ใส่สิ้นเปลืองกับร่างกายข้าหรอก”