หลานยิ้มกล่าว “ข้าไม่ได้คิดล้อเล่น ในหมู่บ้านเกรงว่าจะโหมข่าวลือกันไปแล้ว ว่าเจ้าเป็นภรรยาเด็กของหูเฟิง”
ไป๋จื่อหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะโบกมือ “คนเหล่านั้นกินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำ ก็คาดเดาไปอย่างไม่มีมูลเหตุ ไยต้องสนใจพวกเขาด้วยเล่า พวกเราใช้ชีวิตให้ดี เดินไปยังทางของตนเองให้ดีก็พอแล้ว”
ผู้เป็นมารดายังอยากพูดอีก ทว่าไป๋จื่อกล่าวขัดว่า “เอาล่ะท่านแม่ พวกเราควรไปทำอาหารแล้ว เย็นมากแล้วเจ้าค่ะ”
นางเห็นบุตรสาวไม่อยากพูดเรื่องนี้ ก็ทำได้เพียงเงียบ ทว่าในใจยังถูกชะตาชายหนุ่มหูเฟิงผู้นี้อย่างมาก เขาเป็นผู้ใหญ่และสุขุม ไม่พูดมาก มีพละกำลัง ทั้งยังไม่มีนิสัยใดที่ไม่ดี หากจื่อเอ๋อร์แต่งให้หูเฟิงได้จริง ก็นับว่าเหมาะสมยิ่ง
…
คนสกุลไป๋กำลังทอดถอนใจพลางเก็บกวาดเรือน หญิงชราและหลิวซื่อมองข้าวของในเรือนถูกทุบทำลายจนไม่มีชิ้นดี ทั้งคู่โมโหก่นด่าไปพลาง ร้องไห้ไปพลาง ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นเงิน ส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ใช้เงินสร้างขึ้นทั้งสิ้น คิดจะสร้างกลับมาใหม่ เงินเล็กน้อยที่หลายปีนี้นางหามาได้อย่างยากลำบาก เกรงว่าจะต้องใช้จนหมดเกลี้ยง
ไป๋ต้าเป่าเก็บกวาดชั้นเข้ามุมที่ถูกทำลายจนแตกทลายอยู่ตรงมุมเรือน ขณะเพิ่งยกขาชั้นวางสองข้างขึ้น ก็เห็นพู่หยกสีเขียวมรกตกลางสีขาวบริสุทธิ์ หลุดออกจากรอยแตกของขาชั้นวางข้างหนึ่ง
หญิงชราและหลิวซื่อได้ยินเสียง จึงรีบมาถึงข้างกายเขา
หลิวซื่อสายตาแหลมคม เมื่อเห็นพู่หยกชิ้นนั้น สายตา