หันหน้าไปเหลือบเห็นท่อนไม้ที่วางอยู่ข้างๆ จึงก้มลงเก็บขึ้นมา ก่อนจะสาวเท้ามุ่งหน้าไปยังบ้านของลุงหูหูเฟิงตามนางไปติดๆ ทั้งสองคนห้อตะบึงกลับสกุลหูรวดเดียว ภายในลานบ้านสกุลหูมีคนอยู่ไม่กี่คน คนในหมู่บ้านสองคนที่สนิทกับลุงหูกำลังพูดโน้มน้าวเขาอยู่“เหล่าหูเอ๋ย เจ้าอายุปูนนี้แล้ว เหตุใดต้องไปหาเรื่องกับพวกเขาสกุลไป๋ด้วย หรือว่าเจ้าชอบพอจ้าวหลานเข้าจริงๆ”ลุงหูถลึงตา กล่าวด้วยความโมโหว่า “เจ้าพูดมั่วซั่วอะไร ข้าหูจ่างหลินเป็นคนเช่นนั้นหรือ ข้าเพียงแต่สงสารพวกนางสองแม่ลูก ลมแรงเมื่อวานพัดเอาเรือนไม้ของพวกนางพังเสียหาย ครั้นฝนตกลงมาห่าใหญ่ พวกใจไม้ไส้ระกำอย่างสกุลไป๋ก็ไม่ให้พวกนางเข้าเรือน สตรีสองคนบาดเจ็บทั้งตัว เรื่องเช่นนี้ข้าจะทำเป็นไม่เห็นได้อย่างไร”“ก็จริง หากเป็นข้า ก็คงคิดช่วยพวกนางสักครั้งเช่นกัน คนสกุลไป๋นับวันยิ่งทำเกินไป นี่เท่ากับพวกนางสองแม่ลูกต้องตายอยู่ที่นั่นไม่ใช่หรือ”“พวกเจ้าหลบไป ข้าต้องไปดูจ้าวหลานสักหน่อย มือนางยังบาดเจ็บอยู่เลย จะให้คนใจดำพวกนั้นทำให้นางบาดเจ็บอีกไม่ได้” ท่านลุงหูยื่นมือไปดันคนที่ขวางอยู่ข้างกายออก ทว่าเพิ่งขยับมือ กลับไม่มีแรงออกมาเลยสักนิด กลับทำให้เขาเจ็บจนมีเหงื่อกาฬเย็นเยียบผุดออกมา“เหล่าหู เกรงว่ามือของเจ้าจะหักแล้ว อย่าไปเลย รีบตามท่านหมอลู่มาดูเถอะ”บัดนี้ไป๋จื่อและหูเฟิงพุ่งเข้ามา เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ไม่เพียงแต่ไป๋จื่อโมโหจนตัวสั่นไปหมด